New Leaders Forum

casino games free: Security and the Life Sciences

สล็อต1688info,โดย SYNEX และบริษัทย่อย ประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/58 มีกำไรสุทธิ 79.8 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.10 บาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 38.51 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.05 บาทนายสมชัย กล่าวว่า ในไตรมาส 1/58 บริษัทมีรายได้รวม 361 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% และ 83% ตามลำดับ จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการขยายจำนวนตู้เติมเงินออนไลน์บุญเติมจาก 34,996 ตู้ในไตรมาส 1/57 เพิ่มเป็น 47,392 ตู้ในไตรมาส 1/58อย่างไรก็ตาม คาดว่าบริษัทจะรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนให้อยู่ต่ำกว่า 0.7 เท่า บริษัทมีหนี้สินทั้งหมด 1,297 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2557 เพิ่มขึ้นจาก 920 ล้านบาทในปี 2556 อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 19.17% ในปี 2557 จาก 14.83% ในปี 2556 ซึ่งทำให้สภาพคล่องของบริษัทอ่อนตัวลงในปี 2557 แต่ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมของบริษัทลดลงอยู่ที่ 36.88% ในปี 2557 จาก 53.88% ในปี 2556 อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่ายปรับตัวดีขึ้นเป็น 12.11 เท่าในปี 2557 เพิ่มขึ้นจาก 8.53 เท่าในปี 2556 จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรจากการดำเนินงาน ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นบ่ายนี้ จากอานิสงส์ดาวโจนส์ ,S50M15 1,003.10 Short ตอนเช้ายังไม่ได้ รอเปิดอีกครั้งถ้าหลุด 999 จุดลงมา เป้าหมายทำกำไร 994 จุด ตัดขาดทุนเหนือ 1,002 จุดกลยุทธ์ระยะสั้น เก็งกำไรหุ้นเข้า SET50/SET100 แนะนำ BA และ CBG เนื่องจากมีลุ้นเข้าคำนวณ SET 50/ SET 100 เป็นครั้งแรกแนวรับ 10.30 แนวต้าน 12.50แนวรับ 4.98 แนวต้าน 4.92、กราฟโค้งตัวขึ้นเป็น U shape โดยราคายกตัวขึ้นเหนือเส้น EMA 10 วันได้ต่อเนื่อง สอดคล้องกับเครื่องมือ RSI + MACD ชี้ขึ้นสนับสนุนเป็นสัญญาณซื้อ จึงคาดว่าจะปรับตัวขึ้นได้ ประเด็นข่าวสำคัญโดยล่าสุดมีสัญญาณบวกจาก SCC และ PTTEP ที่รายงานงบนำร่อง ดีกว่าตลาดคาด 12% และ 38.5% ตามลำดับ ซึ่ง Momentum ในส่วนนี้จะหนุน SET มีภาพของการฟื้นตัวดีกว่าที่ตลาดคาด ทำให้ CNS ประเมิน SET ในเดือนนี้อยู่ในช่วงของการฟื้นตัวต่อเนื่อง แนวต้าน 1,587/1,600จุด(Best 1,620จุด) โดยมีแนวรับที่ 1,511/1,500 จุด(Worst Case 1,480จุด),แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยกับข่าวหุ้นออนไลน์ว่า มีกระแสข่าวลือว่า บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE บริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต กลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน ได้ทำการขายหุ้นบริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL ออกทั้งสิ้นจำนวน 100 ล้านหุ้นส่วนปี 60 จะเป็นการลงทุน 0.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายเพื่อการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการ การลงทุนในกิจการร่วมทุน การปรับปรุงสายการผลิต และเพื่อบำรุงรักษา ส่วนในปี 61 จะลงทุน 0.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายเพื่อปรับปรุงสายการผลิต และเพื่อบำรุงรักษาทั้งนี้ ดัชนี Stoxx Europe 600 พุ่งขึ้น 2.9% ปิดที่ 400.16 จุด, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,090.39 จุด เพิ่มขึ้น 123.17 จุด, +2.48%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,709.73 จุด เพิ่มขึ้น 301.76 จุด หรือ +2.65% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,046.82 จุด เพิ่มขึ้น 159.87 จุด, +2.32%อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทอยู่ในช่วง 38%-41% ยกเว้นในปี 2556 ที่กำไรขั้นต้นของบริษัทลดลงมาอยู่ที่ 34% เนื่องจากกำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าของโครงการคอนโดมิเนียม DEN Vibhavadi กำไรขั้นต้นของบริษัทกลับขึ้นมาอยู่ที่ 41% เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ในปี 2557 มาจากโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าโครงการคอนโดมิเนียม ดังนั้นกำไรจากการดำเนินงานจึงเพิ่มขึ้นเป็น 24% ในปี 2557 จาก 19.7% ในปี 2556นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นยุโรป โดยเฉพาะดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนที่พุ่งขึ้นกว่า 2% หลังพรรคอนุรักษ์นิยมของนายเดวิด คาเมรอน ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ โดยพรรคอนุรักษ์นิยมได้ที่นั่งสูงถึง 331 ในสภา ทำให้พรรคสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว และส่งผลให้นายคาเมรอนสร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 จากพรรคอนุรักษ์นิยมที่สามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2 ต่อจากนางมาร์กาเร็ต แธทเชอร์,SCB ซื้อเก็งกำไรผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ณ วันที่ 27 เม.ย.58 คือ บริษัท ชาติชีวะ จำกัด ถือหุ้น 177,480,000 หุ้น(51%) หลังเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 30.60% รองลงมาเป็น TEE Development Pte. Ltd. ถือหุ้น 170,519,300 หุ้น(49%)หลังเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 29.40%อนึ่ง ราคาหุ้น ณ เวลา 11.28 น.อยู่ที่ 1.90 บาท แตะระดับต่ำสุดที่ 1.88 บาท แตะระดับสูงสุดที่ 1.92 บาท มูลค่าการซื้อขาย 6.97 บาท ขณะที่การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นบวกต่อ SVI ซึ่งมีโครงสร้างยอดขายเป็นสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ 100% ขณะที่ฝั่งต้นทุนอยู่ในรูปดอลล่าร์สหรัฐฯ 80% จากการทำ Sensitivity analysis พบว่าการอ่อนค่าของเงินบาททุก 1 บาท จะส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) ของ SVI เพิ่มขึ้นราว 2%ส่วนธุรกิจโรงงานสำเร็จรูปให้เช่านั้น บริษัทได้พัฒนาโครงการเรียบร้อยแล้ว 1 โครงการ มูลค่าโครงการประมาณ 300 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารโรงงานสำเร็จรูปจำนวน 10 หลัง บนพื้นที่ 26 ไร่ คิดเป็นพื้นที่ให้เช่ารวม 17,120 ตารางเมตร ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง。

TTCL คว้างานก่อสร้างใหม่ในลาว มูลค่าราว 7.3 พันลบ.ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 26-28.50 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 25.50 บาท,ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50M15 ปิด -0.73% ส่งผลให้ SET50 Put DW ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงท้ายตลาด เช่น S5028P1506B +4.8% และ S5028P1506A +3.8% เป็นต้น ส่วนการซื้อขาย DW บนหุ้นรายตัว นักลงทุนให้ความสนใจ Call DW กระจายในหุ้นหลายกลุ่มจากการที่หุ้นอ้างอิงปรับตัวลง เช่น Call DW บนหุ้น TRUE, TPIPL และ ITD รวมทั้ง Call DW บนหุ้นธนาคาร โดย DW28 ที่เกี่ยวข้อง เช่น TRUE28C1509A, TPIP28C1509A เป็นต้นด้านนายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ TVT กล่าวว่า หุ้นของ TVT ที่ปิดตลาดเหนือจองในภาวะตลาดผันผวนเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านักลงทุนที่สนใจจะเข้ามาลงทุนหุ้นพื้นฐานที่ดีมีอัตราการเติบโตที่ดี。 คาดผลประกอบการปี 58 ฟื้นตัวตามการติดตั้งเครื่องจักรใหม่หลังเผชิญเหตุเพลิงไหม้เมื่อเดือนพ.ย.57 ที่ค่อนข้างเร็ว ซึ่งน่าจะทำให้ utilization rate มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากรายงานของเบเกอร์ ฮิวจ์ที่ระบุว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสหรัฐ ลดลง 11 แห่ง สู่ระดับ 894 แห่งในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 8 พ.ค.โดยมีมูลค่าเงินลงทุนจำนวน 100 ล้านบาท และยังมีสิทธิซื้อหุ้นสามัญของแอลอีดีเพิ่มเติมได้อีกในอนาคต หากมีการเพิ่มทุนเพื่อให้สัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 30% และมีมูลค่าเงินลงทุนรวมภายในวงเงินไม่เกิน 180 ล้านบาท,ส่วนการนำเข้าที่หดตัวรุนแรงกว่าการส่งออกในเดือนเม.ย. ส่งผลให้ตัวเลขเกินดุลการค้าของจีนเพิ่มขึ้นแตะ 2.1021 แสนล้านหยวน เทียบกับ 1.816 หมื่นล้านหยวนในเดือนมี.ค.,ตลาดฟื้นยังไม่แข็งแรง แรงซื้อหุ้นธนาคารจะเป็นปัจจัยหนุน SET ผ่าน 1,520 จุดTRUE Trading buy ปิด: 11.3 แนวรับ: 11.3-11.0 แนวต้าน: 11.8-12.1ผลการดำเนินงานของบริษัทฯงวดปี 2557 (งบการเงินรวม)มีสินทรัพย์รวม 2,504.03 ล้านบาท หนี้สินรวม 1,227.88 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 1,112.63 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 4,746.20 ล้านบาท กำไรสุทธิ 249.85 ล้านบาท SET ปิดเช้าบวก 8.38 จุด TRUE มูลค่าซื้อขายสูงสุด บ่ายคาดยืนเหนือ 1,500 จุดสำหรับมูลค่าโครงการเฉพาะส่วนของ TTCL Group อยู่ที่ประมาณ 220 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.3 พันล้านบาท โดยขอบเขตของงาน เป็นการออกแบบวิศวกรรม จัดซื้อเครื่องจักรวัสดุอุปกรณ์และก่อสร้างครบวงจร โดยมีที่ตั้งโครงการในเขตหนองบก จ.คำม่วน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ไตรมาส 3/58 ถึงไตรมาส 2/61หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก นำโดยหุ้นโนเบิล เอนเนอร์จี ดิ่งลง 6.2% หลังจากบริษัทตกลงซื้อกิจการโรเซทต้า รีซอสเซส มูลค่า 2.1 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่หุ้นเอ็กซอน โมบิล และหุ้นเชฟรอน ต่างก็ร่วงลงกว่า 1.1%มองการปรับตัวขึ้นของตลาดเป็นการดีดตัวช่วงสั้นๆ ขณะปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจภายในยังไม่สนับสนุนการถึงจุดกลับตัวของตลาด โดยคาดว่ากลุ่มสถาบันเป็นกลุ่มที่ช่วยผลักดันตลาดให้ขึ้นมา หลังมองต้นทุนสถาบันอยู่แถวบริเวณ 1480-1500 จุดโดยส่วนใหญ่มาจากโครงการแนวราบถึง 90% สำหรับแนวโน้ม กำไรช่วงที่เหลือของปีคาดเติบโตมากขึ้นตาม Presale แนวราบ และจากคอนโดฯ ที่มีกำหนดสร้างเสร็จจะเริ่มโอนรวม 4 โครงการ และมีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการปี 2558 เพื่อสะท้อนฐานกำไรที่คาดเติบโตต่อเนื่องเป็นขั้นบันได สำหรับหุ้นที่มีโอกาสปรับลดประมาณการลง คือ STEC ([email protected]) คาดการณ์กำไรสุทธิงวด 1Q58 ลดลง 18%QoQ และลดลง 7%YoY เนื่องจากงวด 1Q58 STEC เพิ่งได้รับงานก่อสร้างโรงไฟฟ้า SPP และยังอยู่ในช่วงของการเตรียมงาน จึงทำให้จังหวะการรับรู้รายได้ขาดช่วงไป ส่วนการเปิดประมูลโครงการทั้งภาครัฐและเอกชนล่าช้ากว่ากำหนด จึงต้องรองานประมูลที่น่าจะออกมาครึ่งปีหลัง ขณะที่ Gross Margin มีแนวโน้มลดลง จากการรับรู้รายได้งานที่มี margin ต่ำ ส่งผลให้มีความเสี่ยงต้องปรับประมาณการกำไรลง ฝ่ายวิจัยจึงแนะนำเพียง ถือ,โดยแบ่งเป็นการลงทุนในปีนี้ 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายเพื่อการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการ การขยายโรงงาน การปรับปรุงสายการผลิต และเพื่อการบำรุงรักษา ,ปี 59 จะลงทุน 0.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายเพื่อการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการ การลงทุนในกิจการร่วมทุน การปรับปรุงสายการผลิต และเพื่อการบำรุงรักษาทั้งในส่วนของระรินจินดา เวลเนส สปา (ระดับ 5 ดาว) และเล็ทส์ รีเล็กส์ สปา (ระดับ 4 ดาว) ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์ได้รับการตอบรับจากนักเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างดี นอกจากนั้นบริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการสปาในประเทศเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ตลาดหุ้นนิวยอร์กเข้าสู่ระยะพักฐานเมื่อคืนนี้ (11 พ.ค.) โดยนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นแข็งแกร่งถึง 267.05 จุด หรือ +1.49% ปิดที่ 18,191.11 จุด ภายหลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. จากระดับ 85,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 7 ปี โดยตัวเลขจ้างงานเดือนเม.ย.ออกมาใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 224,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. ,ราคาปิด 179.50 แนวรับ 175, 170-165 แนวต้าน 185-188กลยุทธ์การลงทุน: คาด SET sideway up สู่ต้าน 1,587/1,600จุด ในเดือน พค 2015 และยังมองภาพตลาดไตรมาส 2/15 ขึ้นในกรอบ 1,480-1,675จุดนางภัทรภร วรรณภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TVT เชื่อว่าการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯของ TVT ในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยต่อยอดให้ธุรกิจของบริษัทฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ โดยการเปลี่ยนแปลงระบบออกอากาศของสถานีโทรทัศน์จากระบบอนาลอก มาเป็นระบบทีวีดิจิตอล ที่เปิดตัวได้ช่วงหนึ่ง ทำให้ปัจจุบันมีหลายช่องทีวีดิจิตอลแสวงหาคอนเทนต์ที่ดีและน่าสนใจเพื่อออกอากาศโดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรลดลง เนื่องจากส่วนหนึ่งมีปัจจัยมาจากการจัดงานนำเสนอขายสินค้าพิเศษ และการขายสินค้าที่มีมูลค่าต่อชิ้นสูงขึ้น โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าสินค้ากลุ่มปกติ。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.