The Debate

เกม อะไร ที่ เล่น แล้ว ได้ เงิน จริง 1️⃣2021: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

บา คา ร่า เงิน ฟรี 1️⃣2021,นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อคืนนี้สัญญาน้ำมัน WTI ปรับตัวลดลงอีก 1.8% หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐปรับตัวลดลงน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้,ทั้งนี้ ภายหลังเปิดให้บริการ AIS 4G ADVANCED เมื่อปลายเดือนมกราคม 59 ที่ผ่านมา ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาด สามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทยในหลายๆ ด้าน อาทิ เทคโนโลยี LTE ADVANCED ที่นำมาพัฒนาโครงข่าย อันนำมาซึ่งการใช้งาน 4G ได้อย่างเต็มสปีด จากรูปแบบแพ็กเกจแนวคิดใหม่ที่เปิดตัวในช่วงที่ผ่านมา กับแพ็กเกจ 4G MAX SPEED ที่มอบความคุ้มค่าให้ลูกค้าเล่นเน็ตแบบไม่ลดสปีด เป็นครั้งแรกของวงการสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิด (9 ก.พ.) บวก 70 เซนต์ หรือ 0.06% แตะที่ระดับ 1,198.60 ดอลลาร์/ออนซ์,สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดบวก 2.30 เซนต์ หรือ 0.15% แตะที่ระดับ 15.449 ดอลลาร์/ออนซ์,สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดพุ่งขึ้น 10.7 ดอลลาร์ หรือ 1.15% แตะที่ระดับ 939.40 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดลบ 1.25 ดอลลาร์ แตะที่ระดับ 516.85 ดอลลาร์/ออนซ์ บล.ฟินันเซียฯ ฟุ้ง SET ปีนี้พุ่ง 1,500 จุด กำไร บจ.โต 20-30% DW28 เผย บนหุ้นขนาดใหญ่ และ SET50 DW เป็นที่สนใจของนักลงทุนต่อเนื่อง BIGC (HOLD:[email protected]):ช่วง 4Q58 กำไรลดลง 15.2%YoY แย่กว่าคาด หลังมียอดขายและมาร์จิ้นหดตัวลง และทำให้ทั้งปี 58 มีกำไรลดลง 4.7%YoY แต่ปี 59 คาดกำไรจะพลิกกลับมาโตได้ 14.2%YoY หลังมองกำลังซื้อผ่านจุดต่ำสุดแล้ว อย่างไรก็ดีเราคงแนะนำ ถือ เพื่อรอไปขายที่ราคา Tender Offer 252.88 บาท สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ BIGC มูลค่าสูงสุด 498 ลบ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (10 ก.พ.) ที่ 291.00 จุด ลดลง 2.00 จุด หรือ 0.68% กกร.มีมติหนุนรัฐบาลเข้าร่วมทีพีพี มองไทยได้ประโยชน์ในภาพรวม ห่วงไม่เข้าร่วมอาจกระทบต่อการขยายการลงทุนของต่างชาติในไทย เร่งศึกษาแนวทางช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ จับตาจีนชะลอตัวกดดันส่งออกไทยกราฟ K ดีดตัวม้วนกลับส่งสัญญาณ Bottom out โดย MACD เกิด Bullish divergence ขณะที่โวลุ่มสะสมหุ้นเพิ่มขึ้น นี่คือการดีดตัวขึ้นรอบแรกอย่างจริงจัง และจะทดสอบ 6.50 บาทต่อไป โครงสร้างแบบนี้ที่ราคาต่ำ มีความเสี่ยงน้อย มี up side มาก และจะไม่มี new low อีกแล้ว TAKUNI-W มีจำนวน 399,999,874 หน่วย อัตราการใช้สิทธิ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ : 1 หุ้นสามัญใหม่ ราคาการใช้สิทธิ 2.00 บาทต่อหุ้น อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (วันที่ 29 มกราคม 2559) ราคาใบสำคัญแสดงสิทธิ 0.00 บาทต่อหน่วย กำหนดวันใช้สิทธิครั้งแรก 30 ธ.ค. 2559 ส่วนวันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 28 ม.ค. 2564ด้าน ราคาหุ้น บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH ณ เวลา 10.56 น.ราคาอยู่ที่ 113.00 บาท บวก 26 บาท หรือ 29.89% มูลค่าการซื้อขาย 1 แสนบาท、ขณะที่ในส่วนของยอดขายปีนี้คาดว่าจะเติบโต 20% จากปีก่อน มาที่ระดับ 1.5 หมื่นล้านบาทเช่นเดียวกัน หลังมีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ 10 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 24,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 8 โครงการ มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท ขณะที่ตั้งงบซื้อที่ดินปีนี้ 5,000 ล้านบาทกลยุทธ์ที่แนะนำ : ช่วงบ่าย: Upside ดูจำกัดที่ 1,300-1,305 จุด และมีแนวโน้มอ่อนตัวลง โดยหากต่ำกว่า 1,295 จุด จะเป็นสัญญาณที่ชัดขึ้น และมีแนวรับถัดไปที่ 1,285 จุด ส่วนประเด็นสำคัญ ติดตามคืนนี้ สำหรับวันแรกของถ้อยแถลงประธานเฟดต่อสภาคองเกรส สำหรับแนวโน้มดอกเบี้ยของสหรัฐ ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก และตลาดการเงินในช่วงนี้ ซึ่งคาดเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อตลาด กลยุทธ์ การเก็งกำไรช่วงนี้ เหมาะกับผู้รับความเสี่ยงได้สูง โดยมีหุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ RCI (รับ 3.08 ต้าน 3.46 Cut 2.98)นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัท ยังอนุมัติให้เพิ่มวงเงินการออกและเสนอขายตั๋วแลกเงิน เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการลงทุนและเป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไปจากเดิมมูลค่าคงค้างไม่เกิน 500 ล้านบาท ณ ขณะใดขณะหนึ่ง เป็นมูลค่าคงค้างไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ณ ขณะใดขณะหนี่งบา คา ร่า เงิน ฟรี 1️⃣2021,ทั้งนี้บริษัทหลักทรัพย์ทรีนีตี้ จึงได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของนักลงทุน ครอบคลุมทุกสไตล์การลงทุนทั้งระยะสั้น-กลาง-ยาว เพื่อสร้างผลตอบแทนการลงทุนที่สูงสุด โดยแบ่งออกเป็น 7 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับนักลงทุนระยะสั้นที่คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 5 10% ได้แก่23.50 23.30 เงินบาทแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง กรอบพรุ่งนี้ 35.40-35.60AAV เป็นผู้นำตลาดของสายการบินราคาประหยัดในภูมิภาคที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง คาดได้รับประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญต่อสายการบินราคาประหยัดซึ่งมีระยะทางบินจำกัด เช่น Thai Air Asia หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงอย่างหนักและส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปอ่อนแรงลงด้วย โดยเฉพาะหุ้นดอยช์แบงก์ที่ร่วงลง 4.3% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 24 ปี แม้นายจอห์น ไครอัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของธนาคารดอยช์แบงก์ ระบุว่า ทางธนาคารยังคงมีความแข็งแกร่ง เมื่อพิจารณาจากเงินทุนในระดับสูง และการกันสำรองความเสี่ยง ทั้งนี้ หุ้นดอยช์แบงก์ร่วงลงอย่างหนักนับตั้งแต่ธนาคารรายงานผลประกอบการที่ย่ำแย่ในวันที่ 28 ม.ค. โดยดอยช์แบงก์เปิดเผยว่า ธนาคารประสบภาวะขาดทุน 6.8 พันล้านยูโร (7.5 พันล้านดอลลาร์) ในปีที่แล้วโดย PP ที่จะเข้ามาซื้อหุ้นจะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ประสบการณ์ในธุรกิจปัจจุบันของบริษัท หรือมีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจปัจจุบัน เพื่อให้มีส่วนช่วยส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจหลักของบริษัทด้านพลังงาน ให้เติบโตอย่างมั่นคง รวมถึงเป็นบุคคลที่มีแหล่งเงินทุน สามารถลงทุนกับบริษัทได้ และไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกับบริษัท กรรมการ และ/หรือผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท การพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจของไทย มีความสำคัญเหมือนกับการยกเครื่องรถยนต์ที่ค่อนข้างเก่าและอ่อนแรงมาเป็นเวลานาน การเดินทางยังต้องเผชิญถนนที่เป็นหลุมบ่อมากขึ้น เราจึงต้องการรถยนต์ที่มีทั้งโชคอัพ หรือระบบรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี และต้องมีเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง ซึ่งจะทำให้เราเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง นายวิรไท กล่าว BAFS เข้าลงทุนโครงการขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันมูลค่า 7.76 พันลบ.。

แกว่งฟื้นตัวได้ดีที่เขตแนวรับ: SET ฟื้นตัวขึ้นมาได้ดีหลังลงไปทดสอบไม่หลุดแนวรับ 1,294 จุด กลับมายืนเหนือ 1,300 จุดได้ มีด่านถัดไปที่ 1,313 จุด หากสามารถผ่านไปจะมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 1,320 1,324 จุด โดยต้องระวังหากหลุดแนวรับสำคัญ 1,294 จุดลงมา จะมีแนวรับระหว่างทางที่ 1,290 จุด หากรับไม่อยู่จะมีโอกาสลงต่อทดสอบ 1,260 จุดAPCS ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 5.20-5.45 บาท แนวต้าน 5.70-6.00 // 6.30 บาท แนะนำซื้อ TSE โดยมีแนวรับที่ 4.02 และ 3.96 และมีแนวต้านที่ 4.20 และ 4.34 เป็นจุดขายทำกำไร BDMS (BUY:[email protected]): ช่วง 4Q58 คาดกำไรปกติโต 11.2%YoY จากการเติบโตที่สดใสทั้งธุรกิจ รพ. และธุรกิจรอง และคาดหนุนปี 58 กำไรปกติโต 6.1%YoY ขณะที่ปี 59 คาดโตต่อ 14.3%YoY และตั้งแต่ปี 60 คาดกลับมาโตเด่นเฉลี่ยปีละ 17% หลังคาด รพ. ใหม่หลายแห่งจะเริ่มมี EBITDA พลิกเป็นบวก + มี Upside 15.7% จึงคงแนะนำ ซื้อ ด้วยเหตุนี้ ราคาน้ำมันจึงมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงอีก โดยอุปทานน้ำมันอาจจะสูงกว่าปริมาณการใช้โดยเฉลี่ย 1.75 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจากที่ประมาณการไว้ที่ 1.5 ล้านบาร์เรลในเดือนที่แล้ว และภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาดนี้อาจจะเพิ่มสูงขึ้น หากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) เพิ่มปริมาณการผลิต SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 3.91 จุด (0.30%) ปิดภาคเช้าที่ 1,310.20 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 11,705.75 ลบ., สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปทานน้ำมันล้นตลาด โดยระบุว่าปริมาณน้ำมันทั่วโลกช่วงครึ่งแรกของปีนี้จะอยู่ในภาวะล้นตลาดเพิ่มขึ้นกว่าที่ได้มีการประเมินไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากอิรักและอิหร่านได้เพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ธนาคารยังอยู่ระหว่างรอข้อสรุปที่ชัดเจนของทาง กสทช.ทั้งเรื่องของการแก้ไขปัญหาทีวีดิจิตอล และกรณี บริษัท ไทยทีวี จำกัด ซึ่งเชื่อว่าหากคณะกรรมการ กสทช.ได้ข้อสรุปอย่างใดอย่างหนึ่งในการประชุมวันนี้ก็คงจะเรียกผู้มีส่วนได้เสียเข้าไปแสดงความคิดเห็น และเสนอเข้าที่ประชุม กสทช.อีกครั้งเพื่อเข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้อง,สำหรับฐานลูกค้าของ SC ถือว่ายังแข็งแรงอยู่มาก โดยในปีที่ผ่านมา มีลูกค้าโอนกรรมสิทธิ์ด้วยเงินสดมากกว่า 1 ใน 3 ของมูลค่าทั้งหมด และตัวเลขสัดส่วนการถูกปฏิเสธจากธนาคาร (bank rejection rate) ต่ำกว่า 10% สะท้อนถึงความแข็งแรงของฐานลูกค้า SC ในปีนี้จึงมั่นใจในความแข็งแกร่งของ luxury segment ที่บริษัทเป็นผู้นำด้านส่วนแบ่งการตลาด โดยใน 10 โครงการใหม่ที่บริษัทเปิดในปีนี้มีมูลค่ารวม 24,000 ล้านบาท เป็นโครงการ luxury segment มากกว่า 80%,อัตราเงินปันผลตอบแทน (Market Dividend Yield) ของตลาดหุ้นไทยเทียบกับตลาดในภูมิภาคบริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้ (10 ก.พ.) อนุมัติให้บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (EP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นอยู่ 100% เพิ่มทุนจดทะเบียน 3 พันล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 0.10 บาท คิดเป็นสัดส่วน 25% ของจำนวนหุ้นหลังเพิ่มทุน และจัดสรรหุ้นให้แก่ PP ที่ราคาหุ้นละ 0.25 บาท แนวรับ 5.05-5.20 บาท SET พรุ่งนี้ปรับขึ้น หลังตลาดตปท.หลายแห่งกลับมาเทรดอีกทั้ง Most Positive Impact: BIGC (1.82 จุด) SCC (0.75จุด) BJC (0.58 จุด)สำหรับการแก้ไขกฏธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนใหม่นั้น จะมีการเพิ่มการขึ้น Blacklist ผู้บริหารที่กระทำผิด โดยการห้ามผู้บริหารที่กระทำผิดไปบริหารในบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด แต่ระยะเวลาในการห้ามไม่ให้บริหารงานนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งนี้ก.ล.ต.คาดว่าการแก้ไขกฏธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนในครั้งนี้จะเสร็จในปีนี้ และสามารถบังคับใช้ในปีนี้ได้,นายเจียงเพิ่มเติมว่า ในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ไป อุตสาหกรรมถ่านหินจะมีความสำคัญลำดับต้นในการปรับโครงสร้าง รวมถึงได้เลื่อนสถานะความสำคัญยิ่งขึ้น ซึ่งหมายถึงการตัดอุปทานส่วนเกินลง ไปจนถึงการควบรวมและถือครองกิจการด้วยสำหรับการขายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามนั้น มองว่ามีโอกาสขยายตัวได้ต่อเนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายขยายการลงทุนเข้าไปในเวียดนามจำนวนมาก อีกทั้งรัฐบาลเวียดนามก็ให้การสนับสนุนด้วยเช่นกัน ดังนั้น บริษัทจะเร่งผลักดันการขายพื้นที่ในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ เบียนหัวอยู่แล้ว และกำลังจะขยายไปในพื้นที่อมตะ ซิตี้ ลองถั่น คาดว่าจะเริ่มการขายให้เร็วขึ้น แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาพื้นที่ก็ตาม Catalyst : เปลี่ยนแปลงนโยบายจ่ายเงินปันผล จากเดิมร้อยละ 30 ขึ้นสู่ ร้อยละ 50 โดยเราคาดเงินปันผล 2H15 ที่ราว 1.20 บาทต่อหุ้นหรือสูงถึง 4.6% ณ ราคาปัจจุบัน,สำหรับในช่วงเช้านั้น สัญญาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นโดยได้ปัจจัยบวกจากแนวโน้มที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) อาจเจรจากับประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มเพื่อแก้วิกฤตราคาน้ำมันที่กำลังตกต่ำในช่วงนี้ รัฐมนตรีน้ำมันของอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านพร้อมที่จะเจรจากับซาอุดิอาระเบีย ขณะที่รัสเซียเสนอให้กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลง 1 ล้านบาร์เรล/วันด้านสเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกสหประชาชาติ เปิดเผยว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ น่าจะมีการใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อพ่นใส่ยุงหรือบำบัดน้ำเพิ่มขึ้นมาก สำหรับธุรกิจต่างประเทศ เราสามารถถึงจุดคุ้มทุนแล้วในประเทศพม่าและเวียดนาม และยังคงมุ่งเน้นขยายธุรกิจในประเทศจีนโดยเพิ่งได้เริ่มธุรกิจอย่างเป็นทางการ ในฐานะที่เราเป็นผู้ร่วมผลิตคอนเทนต์เพื่อป้อนสถานีโทรทัศน์ของ กสทช.ในมณฑลยูนนานประเทศจีน และได้เปิดช่องบนเว็บ Youku ในการให้บริการคอนเท้นต์ออนไลน์ โดยใช้คอนเทนต์ที่เรามีอยู่ไปเปิดตลาดสู่ประเทศจีนนักลงทุนแห่เข้าซื้อสัญญาทองคำเพื่อความปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงอย่างหนัก หลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI และน้ำมันดิบเบรนท์ในปีนี้ นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลงจะส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาถูกลงและดึงดูดนักลงทุนให้เข้าซื้ออย่างคึกคัก。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.