China, What's Next?

ทดลองใช้ฟรี คา สิ โน ออนไลน์ มือ ถือ : China’s Challenges: Environment

ตรวจ ผล ลอตเตอรี่ 1 พฤศจิกายน 2562,นายลาร์ส โอเคะ นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ารายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) ในปี 58 จะเติบโตจากปีก่อนในระดับเลขหลักเดียวช่วงต่ำ (low single-digit rate) อีกทั้ง EBITDA margin จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน และความตั้งใจในการใช้งบลงทุน 18,000 20,000 ล้านบาทในการเสริมประสิทธิภาพโครงข่ายส่วนยอดการผลิตนั้น จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมี.ค.58 มีทั้งสิ้น 178,217 คัน ลดลง 1.72% จากเดือนมี.ค.57 เนื่องจากยอดขายในประเทศยังไม่ฟื้นตัวมากนักแม้ว่ายอดขายในเดือนมี.ค.ปีนี้จะมากกว่าเดือนก.พ.ก็ตาม และลดลง 0.52% จากเดือนก.พ.58 ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม มีนาคม 2558 มีจำนวนทั้งสิ้น 524,540 คัน เพิ่มขึ้น 1.36% จากเดือนมกราคม-มีนาคม 2557 ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดทรงตัว เหตุนักลงทุนยังกังวลปัญหาหนี้กรีซ, TOP ลบ 0.89% กูรูแนะ “ซื้อ” มองธุรกิจโรงกลั่นแข็งแกร่งรับแรงหนุนจากกำไรสต็อกน้ำมัน DTAC เผย Q1/58 มีลูกค้าเพิ่ม 4.19 แสนเลขหมาย เล็งเพิ่มงบลงทุนปีนี้เป็น 1.8-2 หมื่นลบ.นายสุรพงษ์ เปิดเผยถึงยอดประมาณการการผลิตรถยนต์ในเดือนเมษายน มิถุนายน 2558 โดยคาดว่ามีจำนวน 482,132 คัน เปรียบเทียบกับยอดผลิตจริงเดือนมกราคม มีนาคม 2558 ซึ่งมีจำนวน 524,540 คัน ลดลง 42,408 คัน หรือ 8.08% และเมื่อเปรียบเทียบกับยอดผลิตจริงเดือนเมษายน มิถุนายน 2557 ซึ่งมีจำนวน 434,613 คันแล้ว เพิ่มขึ้น 47,519 คัน หรือ 10.93%THRE (3.04 บาท)THS50M15 กลับเข้าไป Open Long ที่แนวรับ 1010 และ Long เพิ่มถ้าทะลุผ่าน 1015 1010 / 1008 1014 / 1015, SET ภาคบ่ายร่วงกว่า 20 จุด ตามทิศทางตลาดต่างประเทศ,ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดว่า กำไรไตรมาสแรกของดอยช์ แบงก์ จะอยู่ที่ 770 ล้านยูโร และรายได้จะอยู่ที่ 8.9 พันล้านยูโร ขณะที่ดอยช์ แบงก์ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้กำไรปรับตัวลดลงนั้น ส่วนใหญ่มาจากการที่ธนาคารต้องสูญเสียเงินไปกับการยุติคดีความกับหน่วยงานของสหรัฐและอังกฤษ นอกจากนี้ หากดู Volume ในรอบ 4 วันที่ผ่านมา (ตามกรอบสี่เหลี่ยมสีแดง) จะเห็นว่าเริ่มมีปริมาณมากขึ้นอย่างมีนัยฯบริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด หรือ PIMO ระบุว่า บริษัทได้รับหนังสือยืนยันการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.58 โดยมีทุนจดทะเบียน 130,000,000.00 บาท แบ่งเป็นทุนชำระแล้ว 100,000,000.00 บาท โดยภายหลังการจดทะเบียนดังกล่าวบริษัทจะใช้ชื่อบมจ.ไพโอเนียร์ มอเตอร์ และมีชื่อย่อว่า PIMO ในการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ maiทั้งนี้บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลใน 2 ครั้งไปแล้วก่อนหน้านี้มูลค่า 40 ล้านบาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล วันที่ 6 พ.ค.2558 ให้รวบรวมรายชื่อ ตามมาตรา 225 ของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น วันที่ 7 พ.ค. 2558 วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2558 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พ.ค.2558 TOP ลบ 0.89% กูรูแนะ “ซื้อ” มองธุรกิจโรงกลั่นแข็งแกร่งรับแรงหนุนจากกำไรสต็อกน้ำมัน,แนวโน้มภาคบ่าย: แกว่งผันผวนในแดนลบบริษัทหลักทรัพย์ เคเคเทรด จำกัดระบุในบทวิเคราะห์ (27 เม.ย.)ว่า แนวโน้ม ตลาดหุ้นสัปดาห์นี้มอง sideway ผันผวน ในกรอบทางเทคนิคราว 1,540 1,575 จุด โดยจะมีเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจเข้มข้นตลอดสัปดาห์มองจะทำให้ SET เหวี่ยงตัวสลับ นอกเหนือจากปัจจัยภายนอก SET ก็จะเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการของกลุ่ม real sector ยิ่งทำให้แรง ซื้อ/ขาย เก็งกำไรผลประกอบการเสริมความผันผวนให้ SET โดยยังมองว่าภาพรวมกำไรของ real sector ก็จะไม่สดใสเหมือนกลุ่มธนาคาร จึงมองมีความเสี่ยงทางขาลงอย่างไรก็ดี ในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้านี้ตลาดฯคงจะไปโฟกัสที่ Earning ของ Real Sector เพราะเป็นตัวที่จะบอกได้ว่าจะมีการปรับประมาณการเกิดขึ้นอีกหรือไม่ จึงต้องจับตาดูก่อนว่าจะออกมาเป็น Positive หรือไม่รวมทั้งมีกำไรพิเศษต่างๆมาช่วยเสริมกำไรได้ ทั้งนี้ในประมาณการปีนี้และปีหน้า ฝ่ายวิจัยมีสมมุติฐานให้มีกำไรพิเศษเป็น 34 และ 70 ล้านบาท ตามลำดับ。

MILL แจ้งเพิ่มทุนบริษัทย่อยเป็น 1.42 พันลบ. จากเดิม 1 ลบ. เสร็จสิ้นAEONTS เป็นสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากไม่สามารถรับเงินฝากได้ จึงต้องพึงพาการระดมทุนผ่านตลาดทุนและจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการขยายสินเชื่อของบริษัท แต่อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงในการรีไฟแนนซ์เงินกู้ยืมได้ดีเนื่องจากบริษัทมีความสัมพันธ์ที่ดีกับธนาคารพาณิชย์ไทยและต่างประเทศและสามารถที่จะระดมทุนจากตลาดทุนได้อย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบของหุ้นกู้และการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์,แนวรับ 1.04 บาท แนวต้าน 1.10, 1.20 บาท、ทดลองใช้ฟรี เล่นบาคาร่า เว็บไหนดี、SWC กรอบ 10.4-11.4 ,สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดทรงตัวในวันนี้ ภายหลังจากที่รัฐมนตรีกระทรวงคลังยูโรโซนยังไม่มีมติเห็นชอบแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจกรีซ ขณะที่กรีซเองก็มีเวลาเหลือเพียง 1 สัปดาห์ที่จะจ่ายหนี้และจ่ายเงินเดือนพนักงานของรัฐ,ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นบวกสะท้อนถึงระดับเงินทุนของบริษัทที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2555 และผลการดำเนินงานที่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้แม้ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอลงตัวในปี 2557 บริษัทอาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิต หากอัตราส่วนที่สำคัญในด้านระดับหนี้สิน (leverage ratio) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและอยู่ในระดับดีกว่าอัตราส่วนในอดีตซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีความสามารถที่จะรับมือกับความเสี่ยงได้มากขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนแอทั้งนี้เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายให้แก่บริษัทตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัดฯ มาตรา 85 รวมทั้งขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับคณะกรรมการบริษัท ในความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พุทธศักราช 2535 มาตา 89/7 และมาตรา 311 ต่อไปนอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากหุ้นเอชเอสบีซี โฮลดิงส์ ซึ่งพุ่งขึ้น 2.9% ภายหลังบริษัทเปิดเผยว่า ทางธนาคารกำลังพิจารณาที่จะย้ายสำนักงานใหญ่ออกจากกรุงลอนดอน อันเนื่องจากการที่ทางการอังกฤษทำการคุมเข้มกฎระเบียบ หลังเกิดวิกฤติการเงินในปี 2008ประเมินดัชนีมีแนวโน้มทรงตัว เรามองนักลงทุนยังรอท่าทีจากการประชุม FOMC วันที่ 28-30 และการประชุม กนง. เราแนะนำเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการฟื้นตัวใน 1Q58 เช่น ผลประกอบการกลุ่มพลังงาน สำหรับ theme เด่นเรามองหุ้นกลุ่มทีวีดิจิตอล น่าทยอยซื้อสะสมโดยเราคาดว่าจะมีการปรับเพิ่มประมาณจากการเลื่อนจ่ายเงินค่าสัมปทาน ,ในทางเทคนิค SET ไม่ควรถอยมาปิดเกินกว่า 1550-1540 จุดซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ย 10 และ 50 วันตามลำดับของกราฟรายสัปดาห์จะเกิดสัญญาณขายดัชนีปิดปรับตัวลดลงในภาคเช้า ในทิศทางเดียวกันกับตลาดต่างประเทศ โดยการคาดการณ์ส่งออกหดตัวกระทบต่อมุมมองของเศรษฐกิจไทย สำหรับกลุ่มที่ปรับตัวลงแรงกว่าตลาดคือกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ ดัชนีปิดลดลง -15.50 จุด (-1.00%) มาอยู่ที่ 1,533.33 จุด มูลค่าซื้อขาย 2.1 หมื่นล้านบาทกลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: มีโอกาสลงไปหาแนวรับถัดไปที่ 1530 จุด หลังภาคเช้าหลุดระดับ 1540 จุดลงมา ซึ่งจะลบล้างสัญญาณลบนี้ได้ ช่วงบ่ายเราอยากเห็นการฟื้นตัวเหนือ1545 จุดก่อน ส่วนภาพรวม ยังมอง SET เป็นการลงพักฐานระยะสั้น เพื่อปรับขึ้นต่อ ดังนั้น กลยุทธ์ อ่อนตัวเป็นโอกาสซื้อสะสม โดยมีจุดรับถัดไปที่ 1530 และ1520 จุด ตามลำดับ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ TRC (รับ 10.9 ต้าน 11.8 Cut 10.5)นายทัศน์ กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล 35 เมกะวัตต์ จะตอบโจทย์ด้านกลยุทธ์ของกลุ่ม KBS ในเรื่องการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำแก่โรงงานน้ำตาลซึ่งเป็นธุรกิจหลัก, การเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรให้กลุ่มบริษัท โดยคาดว่าโครงการโรงไฟฟ้าจะมีผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) 19% และจะสร้างกำไรเพิ่มเติมให้กลุ่มบริษัทในปีแรกที่เริ่มดำเนินการ ประมาณ 150 ล้านบาท และปีที่สอง ประมาณ 220 ล้านบาทศูนย์การค้าดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 60 ไร่ พื้นที่โครงการ 200,000 ตารางเมตร บนถนนบางนา-ตราด สาย 36 มอเตอร์เวย์ไป ต.บ้านเพ ใกล้แยกเกาะกลอย โดยภายในศูนย์การค้าจะประกอบด้วยร้านค้าแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและอินเตอร์มากกว่า 250 ร้านค้า แบรนด์แฟชั่นระดับโลก Uniqlo ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในระยอง แหล่งรวมร้านอาหารนานาชาติชื่อดังกว่า 100 ร้านค้า พร้อมด้วยสินค้าจากพาร์ทเนอร์หลักของซีพีเอ็น อย่าง โรบินสัน ท็อปส์มาร์เก็ต บีทูเอส ออฟฟิศเมท ซูเปอร์สปอร์ต พาวเวอร์บาย และโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีเนเพล็กซ์ทยอยซื้อสะสมและสั้นๆ Follow Buy เหนือ 32.50 บาท ,แนวรับ 9.70-9.85 บาท สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) JASIF มูลค่าสูงสุด 147.39 ลบ.。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’