China Power

สล็อต ฟรี 200 1️⃣2021: Diplomacy 101

scg9 ยิง ปลา, ทางฝ่ายประเมินว่าตลาดจะมี Upside surprise จากการที่เฟดคงอัตราดอกเบี้ย น้อยกว่า Downside surprise หากเฟดทำการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพราะตลาดให้น้ำหนักไปที่การคงอัตราดอกเบี้มากกว่า นอกจากนี้ทางฝ่ายประเมิน Upside ที่ Consensus P/E 58 ที่ 15 เท่า หรือประมาณ 1405 จุด ราคาทองคำปิดร่วง ดอลล์แข็งค่าลดแรงจูงใจซื้อ ,อนึ่งTSTH เป็นผู้ดำเนินธุรกิจการลงทุน (Holding company) ในบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าเหล็กเส้น เหล็กลวด และเหล็กรูปพรรณขนาดเล็ก ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างโดยปัจจุบันโรงไฟฟ้าที่ได้รับใบอนุญาตจำนวน 83 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นระบบ Adder 33 เมกะวัตต์ ได้แก่ CRB และ PTG (เฟส 1) และ ระบบ Feed in Tariff (FiT) 50 เมกะวัตต์ ได้แก่ MWE, MGP, TSG, PGP และ SGP ซึ่งกำไรสุทธิที่ได้รับจาก FiT จะสูงกว่าระบบ Adder เติบโตขึ้นถึง 45-60% ซึ่งจะส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิสำหรับโรงไฟฟ้าที่ได้รับระบบ FiT จะมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 45-50% ถือว่าบริษัทเติบโตได้ค่อนข้างจะเร็วมาก เพราะจากเดิมมี 10 เมกะวัตต์ แต่ตอนนี้มี 106 เมกะวัตต์ เติบโต 10 เท่า อีก 3 ปี ภาพของ TPCH ก็จะเติบโตทั้งรายได้และกำไร โดยเป็นการเติบโตที่มั่นคงแน่นอน เพราะบริษัทมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่แน่นอนแล้วนายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ธนาคารมั่นใจสินเชื่อรายย่อยปีนี้อยู่ที่ 5-7% แม้ในช่วง 7 เดือนแรกจะเติบโตเพียง 2% โดยมีสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 3.5 แสนล้านบาท เชื่อว่าครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในไตรมาส 4/58 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะทำให้ภาพรวมการจับจ่ายใช้สอยในประเทศฟื้นตัวดีขึ้นสำหรับการเข้าซื้อกิจการที่เกี่ยวเนื่องกันนั้น ที่ผ่านมาก็มีผู้มาเสนอขายกิจการให้แก่บริษัทฯ แต่บริษัทยังไม่มีความสนใจในระยะนี้ เนื่องจากบริษัทยังสามารถขยายธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ได้อีกมาก อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้ปิดโอกาสในการเข้าซื้อกิจการหากมีความเหมาะสม Gold Futures GFV15 คาดว่าราคาจะมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 18,900-19,100 บาท ถ้าราคาต่ำกว่า 19,100 บาท แนะนำ ถือ short ที่ประชุม รมว.คลังเอเปค หารือถึงแนวโน้มด้านเศรษฐกิจและการเงินโลกและตกลงที่จะร่วมกันสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและสมดุลในภูมิภาค โดยเห็นว่าภูมิภาคเอเปคจะเป็นเครื่องยนต์หลักที่ผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ดังนั้นจึงต้องร่วมกันเสริมสร้างเสถียรภาพเพื่อรองรับความผันผวนของตลาดการเงิน โดยจะให้ความสำคัญกับการใช้นโยบายการคลังที่ยืดหยุ่น หลีกเลี่ยงการแข่งขันเพื่อลดค่าเงินและการกีดกันทางการค้าในทุกรูปแบบ และเร่งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อยกระดับศักยภาพในการเจริญเติบโตอย่างไรก็ตาม วันนี้เงินบาทได้แข็งค่าขึ้นไปได้ในระดับใกล้ 36 บาท/ดอลลาร์ ทำให้ไม่น่ากังวลว่าตลาดฯจะปรับตัวลงแรง เนื่องจากยังมีความคาดหวังว่าเม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติมีโอกาสที่จะกลับเข้ามาลงทุนหากเงินบาทเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น, THE เข้าซื้อที่ดิน-อาคาร-สิ่งปลูกสร้าง มูลค่ารวม 348.21 ลบ.สำหรับราคาน้ำมันดิบ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จากอุปทานน้ำมันที่ล้นตลาด การผลิตเชลล์แก๊ส (Shale Gas) ของสหรัฐอเมริกาและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เป็นไปอย่างเชื่องช้า โดยประเมินว่าราคาจะลดลงจากประมาณ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในช่วงสัปดาห์ก่อนเป็น 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในสัปดาห์นี้ และคาดว่าจะลดลงไปถึง 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในช่วงสัปดาห์ต่อไป สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) U-W1 มูลค่าสูงสุด 10.83 ลบ. ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.4% แตะ 354.91 จุด News Summary: สรุปข่าวประจำวันที่ 14 ก.ย.58ขอบคุณข้อมูลจาก ASPENแนะนำซื้อ NUSA โดยมีแนวรับที่ 1.03 และ 1.02 และมีแนวต้านที่ 1.12 และ 1.16 เป็นจุดขายทำกำไร? ช่วงบ่ายบาทปรับตัวแข็งค่าหลังมีแรงเทขายดอลลาร์จากผู้ส่งออก และนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ปัจจัยที่ตลาดจับตาดูวันพรุ่งนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.50% เท่าเดิม ซึ่งไม่น่าจะมีผลต่อค่าเงินบาท ยกเว้นจะมี surprise นักบริหารเงินกล่าวสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 120.46 เยน จากระดับของวันจันทร์ที่ 120.07 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.9742 ฟรังค์ จากระดับ 0.9683 ฟรังค์ประเมินดัชนีมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบแคบ เราแนะนำเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และหุ้นกลุ่ม ICT โดยมองเป็น 2 กลุ่มหลักที่ได้ประโชน์จากนโยบายภาครัฐ สำหรับประเด็นเด่นช่วงบ่ายคือการยกฟ้องคดี TT T ขอให้ อคิวเม้นท์ ขายหุ้นเพิ่มทุน ทริปเปิลที มองเป็นบวกกับ JAS สำหรับระยะกลางยังแนะนำให้สะสมหุ้นกลุ่มส่งออกอาหารและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ประโยช์จากค่าเงินอ่อนค่า สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) U-W1 มูลค่าสูงสุด 10.83 ลบ. ดาวโจนส์ปิดลบกว่า 60 จุด ขณะตลาดจับตาประชุมเฟดระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 7.25-8.30 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 7.20 บาท。

ทั้งนี้ปัจจุบัน บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด มีเส้นทางการเดินรถโดยสาร 37 เส้นทาง ครอบคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ มีจำนวนเที่ยวรถ 350 เที่ยว/วัน มีจำนวนรถบัส 400 คัน และมีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ย 3 ล้านคน/ปี นอกจากนี้ในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทจะเพิ่มเส้นทางเดินรถอีก 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-มุกดาหาร และกรุงเทพฯ-ร้อยเอ็ด、ด้านสินเชื่อบริโภค (สินเชื่อบุคคล) ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งช่วงท้ายปีจะมีแคมเปญออกมากระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยออกมา แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องติดตามมาตรการภาครัฐด้วยว่าจะมีการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงท้ายปีเพิ่มเติมอีกหรือไม่ KBS คาดโรงงานเอทานอลกำลังการผลิต 2 แสนลิตร/วัน แล้วเสร็จภายในปี 60กลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: หากยืนเหนือระดับ 1380-1383 จุดได้ จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นถึงภาพการฟื้นตัว และมีแนวเป้าหมายระยะสั้นในช่วงกรอบบนบริเวณ 1390 และ 1400 จุด ตามลำดับ ส่วนภาพรวม SET ยังแกว่ง sideway และหากยังไม่ต่ำกว่ากรอบล่างที่ 1360 จุด เรามองยังจะฟื้นตัวได้ ประเด็นสำคัญ ติดตามถ้อยแถลงของ BoJ หากมีการส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินเพิ่ม เรามองจะเป็นปัจจัยหนุนตลาด กลยุทธ์ การเก็งกำไรยังทำได้ หากยังไม่ต่ำกว่า 1360 จุด ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ DEMCO (รับ 12.70 ต้าน 13.80 Cut 12.30) และ SVI (รับ 5.00 ต้าน 5.35 Cut 4.86)ทั้งนี้ หากได้ข้อสรุปแล้ว กรมฯ จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบภาวะการจำหน่ายสินค้าทั้งในห้าง ตลาดต่างๆ เพื่อตรวจสอบดูว่าสินค้าที่ผู้ผลิตแจ้งว่าปรับลดราคาลงมาแล้วนั้น ราคากลางทาง ปลายทางตั้งแต่ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ไปจนถึงผู้จำหน่ายปลีก ได้ปรับลดลงตามหรือไม่ เพื่อดูแลให้ราคาสินค้าปรับลดราคาลงตามที่ผู้ผลิตได้แจ้งมา นายชวลิต พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพลังงาน คาดว่าราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศช่วงจากนี้จนถึงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะอยู่ในระดับทรงตัว และมีโอกาสปรับลดลง ทั้งในกลุ่มราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และน้ำมันดีเซลซึ่งถือเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในภาคขนส่งและต่อภาคอุตสาหกรรม โดยน่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการจะกระตุ้นเศรษฐกิจสรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET ฟื้นตัวเล็กน้อย SET ฟื้นตัวเล็กน้อยด้วยปัจจัยทางเทคนิค ในขณะที่ปัจจัยอื่นยังนิ่งๆ โดยผลประชุม BoJ ยังคงนโยบายการเงิน แต่ปรับลดตัวเลขเศรษฐกิจลง ซึ่งต้องติดตามถ้อยแถลงในภาคบ่าย (13.30 น. เวลาไทย) ว่าจะมีการเปรยถึงการเพิ่มนโยบายผ่อนคลายทางการเงินหรือไม่? ส่วนในประเทศ รอผลประชุมครม.ช่วงบ่าย ทั้งนี้ SET ปิดตลาดที่ระดับ 1379.09 จุด +1.94 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายที่ระดับ 1.8 หมื่นลบ. กลุ่มหลักICT หนุนตลาด ปิดบวก +0.6% ส่วนพลังงาน และแบงก์ทรงตัว ด้านตลาดภูมิภาคบวกลบคละเคล้าTHANI (2.58 บาท)สัญญาณ: ซื้อแนวรับเครื่องชี้: กลาง-ดีแนะนำ: เก็งกำไรเร็วความเห็น: แรงเหวี่ยง 2.70; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 2.54,ราคาปิด 1.20 ตัดขาดทุน 1.15 News Summary: สรุปข่าวประจำวันที่ 14 ก.ย.58 3. บริษัทจะซื้อที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง ที่เป็นที่ตั้งของบริษัท มหาชัยศูนย์รวมเหล็ก จำกัด จากนายนิรัมดร์ งามชำนัญฤทธิ์ เป็นจำนวนเงิน 146 ล้านบาทอนึ่งTSTH เป็นผู้ดำเนินธุรกิจการลงทุน (Holding company) ในบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าเหล็กเส้น เหล็กลวด และเหล็กรูปพรรณขนาดเล็ก ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างจากกราฟ CEI ราย 60 นาทีเห็นการเริ่มโค้งตัวของกราฟในรูปแบบ U-curve โดย MACD กำลงจะสร้างสัญญาณซื้อระยะสั้น โดยมีแนวต้านของการปรับขึ้นที่ 1.22 บาท หากผ่านไปได้มีโอกาสจะขึ้นแรง แนะนำเก็งกำไร, สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันที่ 15 ก.ย.58CHOW ปิด 6.55 +0.15 +2.34%THCOM (BUY: Consensus [email protected]) : ปี58 คาดกำไรโต 22.2%YoY จากไทยคม 7 ที่รับรู้รายได้เต็มปีเป็นปีแรก ขณะที่Utilization Rateของไทยคม 7จะเพิ่มเป็น100% ภายในช่วง 3Q58(จากช่วง 1H58 ที่ 58%) และของไทยคม 6 จะเพิ่มเป็น 100% ในปี 59 (จากปัจจุบันที่ 68%) ซึ่งคาดหนุนให้กำไรปี 59 โตต่อ 15.9%YoY + มี Upside 53.5% ขณะที่ยังมี Upside Risk จากไทยคม 8 ซึ่งคาดเสร็จในช่วง 2H59 จึงแนะนำซื้อTHCOM (BUY: Consensus [email protected]) : ปี58 คาดกำไรโต 22.2%YoY จากไทยคม 7 ที่รับรู้รายได้เต็มปีเป็นปีแรก ขณะที่Utilization Rateของไทยคม 7จะเพิ่มเป็น100% ภายในช่วง 3Q58(จากช่วง 1H58 ที่ 58%) และของไทยคม 6 จะเพิ่มเป็น 100% ในปี 59 (จากปัจจุบันที่ 68%) ซึ่งคาดหนุนให้กำไรปี 59 โตต่อ 15.9%YoY + มี Upside 53.5% ขณะที่ยังมี Upside Risk จากไทยคม 8 ซึ่งคาดเสร็จในช่วง 2H59 จึงแนะนำซื้อ ATP30 คงเป้ารายได้ปีนี้ที่ 270 ลบ. เผยอยู่ระหว่างเจรจาลูกค้าใหม่ 5 ราย อย่างไรก็ตาม วันนี้เงินบาทได้แข็งค่าขึ้นไปได้ในระดับใกล้ 36 บาท/ดอลลาร์ ทำให้ไม่น่ากังวลว่าตลาดฯจะปรับตัวลงแรง เนื่องจากยังมีความคาดหวังว่าเม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติมีโอกาสที่จะกลับเข้ามาลงทุนหากเงินบาทเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นอนึ่ง KBSเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย และธุรกิจที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่ได้จากการผลิตน้ำตาลทราย ได้แก่ การขายกากน้ำตาล การขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น นำโดยหุ้นเชฟรอน คอร์ป ปรับตัวขึ้น 1.9%,หุ้นกลุ่มรถยนต์ได้รับแรงซื้อส่งเข้าหนุนเช่นกัน โดยหุ้นฟอร์ด มอเตอร์ พุ่งขึ้น 1.3% หุ้นเจนเนอรัล มอเตอร์ ปรับขึ้น 1.4% หุ้นเฟียต ไครสเลอร์ ออโตโมบิลส์ พุ่งขึ้น 3.3%,หุ้นกลุ่มการเงินดีดตัวขึ้น โดยหุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ และหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 2.1% ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นเช่นกัน นำโดยหุ้นไมโครซอฟท์ ดีดตัวขึ้น 2% และหุ้นกูเกิล พุ่งขึ้น 2.1%ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือนส.ค.ปรับตัวลงสู่ระดับ 77.6% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 77.8%แนวต้าน 4.80 / (5) บาท。

Anger might be understandable. But that still doesn’t mean it makes for good diplomacy.

This morning’s session at the Valdai conference was titled: ‘The role of global and regional actors: separately or together?’ There were three speakers to start off with, all of whom were relatively downbeat about the current state of the Middle East peace process. The first speaker complained that the co-ordination among the Middle East Quartet was inefficient, and she singled out the United States for particular criticism, suggesting that a number of factors, including last month’s mid-term drubbing for the Democrats, had weakened Obama’s position vis-à-vis the peace process.

As a result of what she described as the US failure to deliver on its optimistic forecasts of a deal within 12 months and then 24 months, she called for a more active role by both the European Union and Russia, and indicated she was also at least open to efforts to try to enlarge the number of stakeholders by finding moderate, impartial actors to assist with mediation (a possibility I mentioned yesterday for China and India).

Rightly, in my view, she suggested that it was also important to draw in other issues – not just the often talked about questions of security, but also issues like ensuring adequate water supplies in the region. There’s surely a good case to be made that finding common challenges on which to focus could encourage co-operation and foster that conspicuously missing ingredient – trust.

She also raised the question of Iran (a subject that has generally been shunted to the sidelines of the conference), arguing that despite Iran’s apparent desire to play a greater role in the Islamic world, it’s not clear whether it will actually act in the interests of the Palestinians. Indeed, she suggested that Iran’s position that Mahmoud Abbas doesn’t have legitimacy is more damaging than its supplying arms to Hizbollah and Hamas.

The second speaker launched a scathing attack on the role of the United States, arguing that it simply doesn’t have the capabilities for dealing with the peace process. He went on to criticize the ‘incompetent’ Israel government, arguing that the problem with the peace efforts hasn’t been confined to the extremists. He said the Israeli government had consistently followed the illogical position of defending the settlements and concluded the peace process was, in his view, dead.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

It was an outspoken speech, and in a way epitomized one of the problems the Palestinian ‘side’ seems to have in such meetings. It was an angry performance, and not the only one today. A couple of regular attendees of such conferences I’ve spoken with said it’s actually typical of these kind of meetings on the issue – day one is relatively restrained, but the tensions bubbling under the surface tend to boil over on the second day.

I’m not saying, of course, that the Palestinians don’t have good reason to be angry – they certainly do. But a couple of the speeches were delivered as if they were launching a tirade at the United Nations General Assemby. The problem is that if the delivery doesn’t fit the venue, you risk losing a little sympathy from the start. Yes, there have been wrongs committed toward the Palestinians (and toward Israeli civilians as well). But simply angrily recounting a list of grievances with the most sweeping of rhetoric might feel therapeutic, but it doesn’t really advance the discussion in any constructive way. Both sides can take the moral high ground and lecture anyone who will listen about the wrongs they’ve suffered. But they can also take the morally higher ground and try to move forward.

Yes, this is all easier said than done. And of course, neutral observers and mediators should be able to set aside body language and tone and respond based only on the merits of an argument. We should all be able to look at the bigger picture, at the issues. But we’re all also human and have human responses. A suggestion for some speakers to bear in mind, and something that should really be Diplomacy 101, is that you need to at least appear like you’re willing to concede something. A speaker who gives no ground and admits no wrong, no matter how justified in doing so, simply sounds unreasonable.

If you want to keep an audience onside, you’ve got to throw them a bone, admit the other side at least has a point, indicate you understand the pressure they’re under and why they might be acting as they do. This gets harder to do the longer a process drags on – and by god this one is protracted and poisonous. And as I said, tactical rhetorical considerations like this shouldn’t matter. But again, we’re all human and so they do.