New Leaders Forum

slotที่ดีที่สุดhd: Security and the Life Sciences

เดิมพันฟรี ตู้สล็อต ออนไลน์, ระดับความสัมพันธ์ในด้านการดำเนินงาน และความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ระหว่างบริษัทฯ กับ ปตท. ที่ลดน้อยลง,CHO (4 บาท)สัญญาณ: ซื้อเครื่องชี้: ดีแนะนำ: เก็งกำไรเร็วความเห็น: แรงเหวี่ยง 4.16; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 3.94กลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: มองถึงภาพการฟื้นตัวต่อ โดยขึ้นทะลุ 1482 จุดได้ จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น และมีแนวต้านถัดไปที่ 1492 และ 1500 จุด ประเด็นสำคัญติดตามเย็นนี้ สำหรับการประชุมยูโรกรุ๊ปต่อปัญหาหนี้กรีซ โดยเฉพาะท่าทีของกลุ่มเจ้าหนี้ ด้านมุมมองเรา แม้หากผลประชุมออกมาเป็นลบมาก อย่างไรก็ตาม SET จะมี Downside จำกัดบริเวณ 1470 และ 1464 จุด ตามลำดับ ดังนั้น กลยุทธ์ การอ่อนตัว ยังมองเป็นโอกาสซื้อสะสม ส่วนการเก็งกำไรยังทำได้ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำทางเทคนิค ได้แก่ KKC (รับ 3.24 ต้าน 3.54 Cut 3.14) และ NCH (รับ 1.89 ต้าน 2.00 Cut 1.83)ทั้งนี้หากใช้ราคาเหมาะสม TASCO ที่ 22 บาท จะได้มูลค่าทางบัญชีของ TIPCO ที่สูงเป็น 16.33 บาท จากการศึกษาความอ่อนไหวที่ราคาหุ้น TASCO ที่ลงไปลึกถึง 16.90 บาท จึงจะทำให้ TIPCO ไม่มีกำไรซึ่งเกิดขึ้นได้ยากฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะหุ้น CHO ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 3.94-3.98 บาท แนวต้าน 4.20-4.34 บาท AKR (Bt 1.94 เป้าเทคนิค 2-2.20 cut loss ถ้าหลุด 1.87) ECB กับการบริหารจัดการระบบธนาคารพาณิชย์ในกรีซ ขณะที่ผลกระทบต่อระบบธนาคารพาณิชย์ในกลุ่มอียูส่วนที่เหลือเป็นไปอย่างจำกัดนอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า ขนาด 90 เมกะวัตต์ ที่ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งขณะนี้เดินได้ตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ สนับสนุนให้ในปี 59 บริษัทจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 4 แห่ง มีขนาดกำลังการผลิตรวม 278 เมกะวัตต์ทั้งนี้เชื่อว่า กสทช. ต้องการให้ประชาชนสามารถรับชมทีวีดิจิทัลทั้ง 24 ช่อง ได้ในทุกช่องทาง และได้ผ่อนผันให้เวลาผู้ประกอบการเคเบิลทีวีได้ปรับตัวแล้ว และเชื่อว่าปัจจุบัน กสทช. พยายามหาทางช่วยเหลือให้ทีวีดิจิทัลที่มีเรตติ้งต่ำอยู่รอดได้ในอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงมีโอกาสน้อยที่ กสทช. จะทำตามมติในเดือน ต.ค. 2557 ให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีเลือกออกอากาศทีวีดิจิทัลได้บางช่องกฟน. 24 มกราคม 2558 ,ขณะที่ผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยนั้น เชื่อว่ามีไม่มากนัก ด้วยสัดส่วนการส่งออกระหว่างไทยและกรีซมีเพียงร้อยละ 0.08 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยมากจึงไม่มีผลกระทบต่อตลาดส่งออกของไทย เนื่องจากในระยะสั้นอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทำให้ตลาดทุนไทยมีความผันผวนบ้างเท่านั้น ดังนั้น นักลงทุนไทยไม่ควรตระหนกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากเกินไปสำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น คาดว่าจากที่วานนี้(6 ก.ค.) นายรัฐชัย ภิชยภูมิ กรรมการบริหาร บมจ.พีเออี(ประเทศไทย) PAE คาดว่าปีนี้บริษัทจะพลิกมีกำไร จากปีก่อนที่ขาดทุน 635 ล้านบาท ขณะที่คาดว่ารายได้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีรายได้ 1.1 พันล้านบาท โดย ณ สิ้นปี 57 บริษัทมีงานในมือ(Backlog)ราว 1.4 พันล้านบาทที่จะทยอยรับรู้รายได้ปีนี้และปีหน้า ขณะที่บริษัทเข้ายื่นประมูลงานใหม่มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท โดยในไตรมาสแรกปีนี้ได้รับงานแล้ว 100 ล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าจะทยอยรู้ผลในช่วงครึ่งปีหลัง?นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำเพื่อความปลอดภัย หลังจากผลการลงประชามติระบุว่า ชาวกรีซมากกว่า 60% คัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดจากทางเจ้าหนี้ ส่งผลให้กรีซมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน ซึ่งอาจทำให้กรีซประสบภาวะล้มละลาย และต้องออกจากยูโรโซน ARROW บวก 7.32% ทำนิวไฮตั้งแต่เข้าตลาดฯ-รายได้ Q2/58 โตกว่า Q2/57 วิกฤตหนี้กรีซหนุนแรงซื้อทอง ปิดวานนี้บวกเกือบ 10 ดอลล์สำหรับธุรกิจหลักของบริษัท คือ งานประกอบอุปกรณ์โครงสร้างเหล็กท่อใช้กับธุรกิจ Oil and Gas ช่วงที่ผ่านมาธุรกิจขุดเจาะและผลิตปิโตรเลียม (Oil and Gas) ธุรกิจปิโตรเคมี ชะลอการขยายการผลิตตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง แต่คาดว่าในช่วงปลายปี 58 ราคาน้ำมันน่าจะพลิกฟื้น หลังจากที่คาดว่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และปีหน้าก็คาดว่าธุรกิจเกี่ยวข้องกับน้ำมันจะกลับมาขยายการผลิตเพิ่มขึ้น จึงคาดว่าในปี 59 รายได้น่าจะกลับมาเติบโตได้ประมาณ 20%。 ขณะที่ในวันนี้บริษัทได้เปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ ซึ่งเป็นโครงการแรกในปีนี้ ภายใต้ชื่อโครงการ เอคิว อาเรีย อโศก มูลค่าโครงการ 1.5 พันล้านบาท จุดเด่นของโครงการอยู่ที่ความสูงเพดานที่ 360 เซ็นติเมตร เพื่อเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัยได้จริงอีกถึง 38% ทั้งนี้โครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 66 ตารางวา มีอาคารสูง 1 อาคาร 29 ชั้น ขนาด 1 ห้องนอน จำนวน 315 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.98 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 61 โดยจะเปิดจองได้ในงาน Pre-opening วันที่ 27 มิ.ย. นี้ ซึ่งตั้งเป้าการขายได้ที่ 80-90%สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET รีบาวด์ SET ฟื้นตัวด้วย Technical rebound มาพอดีกับจังหวะแรงซื้อกลับในกลุ่มแบงก์ ซึ่งตลาดเริ่มเห็นถึงความน่าสนใจด้านมูลค่าพื้นฐาน หลังราคาหุ้นปรับลงมามาก และได้กลุ่ม ICT หนุนอีกแรง จากความคืบหน้าประมูล 4G ส่วนประเด็นกรีซช่วงเช้านิ่งๆ เนื่องจากรอความคืบหน้าอีกครั้งจากการประชุมยูโรกรุ๊ปเย็นนี้ ด้าน SET ปิดภาคเช้าที่ระดับ 1478.34 จุด (+0.35%) ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.7 หมื่นลบ. กลุ่มหลักแบงก์ และ ICT หนุนตลาด ปิดบวก +1.0% และ +1.3% ตามลำดับ ส่วนพลังงาน ปิดลบเล็กน้อย -0.5% แม้ราคาน้ำมันดิบลงแรงเมื่อคืน ด้านตลาดภูมิภาคบวกลบคละเคล้าCHO (4 บาท)สัญญาณ: ซื้อเครื่องชี้: ดีแนะนำ: เก็งกำไรเร็วความเห็น: แรงเหวี่ยง 4.16; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 3.94ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway up หรือในกรอบระหว่าง 19.00 20.20 บาท คาดว่าจะยังไมมี่ทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แต่อาจมีแรงลุ้นดีดตัวขึ้นข้ามจุดสูงเดิมที่ 20.20 บาท แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 18.60 บาท ตลาดภาคเช้าปรับตัวลดลง ในทิศทางเดียวกันกับตลาดรอบบ้าน โดยถูกความกดดันจากการทำประชามติกรีซในวันอาทิตย์ รวมถึงมีแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิดตลาดภาคเช้าดัชนีเปลี่ยนแปลง -2.48 จุด (-0.17%) มาอยู่ที่ 1,489.14 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.5 หมื่นล้านบาทคำแนะนำของ ASLซื้อระยะสั้นหรือซื้อเก็งกำไร เมื่อกลับตัวเหนือ 177.50 ขึ้นมา UAC ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าก๊าซชีวภาพกับ กฟภ. ขนาด 1MWแนวรับ 3.96 แนวต้าน 4.30。

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกไปยังต่างประเทศในปีนี้ขึ้นเป็น 10% จากเดิมอยู่ที่ 8% โดยยังคงเน้นงานในประเทศมากกว่า เนื่องจากในประเทศมีงานโครงการออกมาจำนวนมาก ทำให้บริษัทมีสัดส่วนรายได้ภายในประเทศมากถึง 90%แม้จะมีความพยายามดีดตัวขึ้นในช่วงบ่าย แต่ปิดไม่สวย ทำให้ต้องปรับแนวต้านลงเป็น 1,495-1,500 จุด และแนวรับแรกลงมาที่ 1,485 จุด เต็มที่ไม่ควรต่ำกว่า Low ของเดือนก่อน 1,476 จุด ควรรอสัญญาณซื้อก่อนกลับเข้าตลาดอีกครั้ง , ตลท.วางแผนโรดโชว์-จัดกิจกรรมต่อเนื่อง H2/58 ดันวอลุ่มเทรดปีนี้เข้าเป้าโดยท่ามกลางการปรับตัวลงของหุ้นหลักๆในกระดานหลักทรัพย์ นักลงทุนบางส่วนหันมาให้ความสนใจ Call DW บนหุ้น TRUE หลังจากที่หุ้นอ้างอิงสามารถยืนราคาได้ โดย TRUE ปิดตลาดไม่เปลี่ยนแปลง โดย DW28 ที่ได้รับความสนใจเช่น TRUE28C1509B ขณะที่หุ้นพลังงานปรับตัวลงนำตลาด เช่น PTT ปิดตลาด -2.0% ส่งผลให้ Put DW ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ตัวอย่าง DW28 ที่เกี่ยวข้อง เช่น PTT28P1511A +9.3% จาก Effective gearing 3.3 เท่า ขณะที่ Call DW ปรับตัวลดลง เช่น PTT28C1510A -16.4% จาก Effective gearing ประมาณ 6.1 เท่ารอดูสัญญาณที่เขตแนวรับ 1,470-1,480 จุด:ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า GUNKUL จะมีส่วนแบ่งกำไรที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 59-60 จากการออกแบบก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจึงรับรู้รายได้และกำไรตั้งแต่ก่อสร้างระบบ ขายอุปกรณ์ผลิต ผลิตแผงโซล่าตั้งต้นน้ำถึงปลายน้ำ และคงคำแนะนำซื้อ GUNKUL ด้วยราคาพื้นฐาน 32.16 บาท ตลาดภาคเช้าปรับตัวลดลง ในทิศทางเดียวกันกับตลาดรอบบ้าน โดยถูกความกดดันจากการทำประชามติกรีซในวันอาทิตย์ รวมถึงมีแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิดตลาดภาคเช้าดัชนีเปลี่ยนแปลง -2.48 จุด (-0.17%) มาอยู่ที่ 1,489.14 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.5 หมื่นล้านบาทอีกทั้งราคาหุ้นบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ BCPราคาอยู่ที่ 35.25 บาท ลบ 0.25 บาท หรือ 0.70% สูงสุดที่ 35.50 บาท ต่ำสุดที่ 35 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 126.22 ล้านบาทขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.76%,แนวรับ 1465* แนวต้าน 1475-1480* ,ADVANC (TP294*) : Support 236/232 Resistant 247/25317.00 17.50 กรีซมีกำหนดที่จะต้องชำระหนี้แก่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อีก 3.5 พันล้านยูโร หรือ 3.9 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 20 ก.ค.นี้ ซึ่งสื่อต่างประเทศมองว่า หากกรีซผิดนัดชำระหนี้ครั้งนี้ ก็อาจทำให้ ECB ยกเลิกการจัดสรรวงเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน หรือ Emergency Liquidity Assistance (ELA) แก่ภาคธนาคารของกรีซกลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: แม้มีบางช่วงลื่นไถลหลุดจุดต่ำเดิมที่ 1476 จุด ให้เสียขวัญไปบ้าง อย่างไรก็ตาม เรามองสุดท้ายจะฟื้นตัวได้ หรือในวันถัดๆไป คาด Downside จำกัด บริเวณ 1464 จุด โดยมีประเด็นหนุนอยู่ในช่วงสัปดาห์หน้า คาด BoJ หรือ ECB หรือทั้งสองธนาคารกลางแห่งนี้ จะอัดฉีดเม็ดเงินระยะสั้นเพิ่มเข้ามาในระบบ เพื่อลดผลกระทบต่อตลาดการเงิน กลยุทธ์ การอ่อนตัว ยังมองเป็นโอกาสซื้อ ตามแนวรับที่ 1476 และ 1464 จุด ตามลำดับ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำทางเทคนิค ได้แก่ AKR (รับ 1.99 ต้าน 2.18 Cut 1.93)โดยคาดว่าสาเหตุที่ยอดผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในปีนี้ เป็นผลจากโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่จังหวัดลำปางใช้เทคโนโลยีระบบปรับหมุนตาม แสงอาทิตย์ จึงสามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงกว่าโครงการที่จังหวัดนครสวรรค์ซึ่งใช้ระบบคงที่ นอกจากนี้จากสภาพภูมิอากาศที่ฝนตกน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้เพิ่มขึ้น สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ COL มูลค่าสูงสุด 3.1 พันลบ. 18600 19150, HPT พลิกล็อคปิดร่วงส่งท้ายสัปดาห์ คาดเกิดแรงขายทำกำไรหลังหุ้นพุ่งแรงสำหรับความเคลื่อนไหวในจีนนั้น ทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) เปิดเผยเมื่อคืนวันอาทิตย์ว่า จะไม่มีการระงับการอนุมัติการเสนอขายต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) แม้ว่าจะมีการลดจำนวนหุ้นใหม่ที่จะออกสู่ตลาดหุ้นก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่าดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (6 ก.ค.) ที่ 815.00 จุด เพิ่มขึ้น 10.00 จุด หรือ 1.24%。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.