Asia Defense | Security

ผล ออก สลาก ล่าสุด: Will Lasers Change War?

ลิงค์ ดาวน์โหลด https www srd168th com joker123 1️⃣2021,CEN ซื้อ ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นทดสอบแนวเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 3 เดือนบริเวณ 3.44 บาทพร้อมปริมาณการซื้อขายสนับสนุน เครื่องมือ MACD ตัด Signal ขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 3.50 บาท และถัดไปที่ 3.60 บาทบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ระบุว่า คณะกรรมการ ปตท. ได้มีมติแต่งตั้ง นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นกรรมการ เลขานุการคณะกรรมการ และกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท แทนนายไพรินทร์ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2558 เป็นต้นไป ซึ่งการแต่งตั้งเป็นกรรมการได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจแล้วสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.1% ปิด (31 ส.ค.) ที่ 362.79 จุด, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,652.95 จุด ลดลง 22.18 จุด หรือ -0.47% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 10,259.46 จุด ลดลง 39.07 จุด, -0.38%มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 39,036.56 ล้านบาท ขณะที่ OGT ถือหุ้นโดย Osaka Gas Singapore Pte. Ltd. (OGS) ในสัดส่วน 49% โดย OGS เป็นบริษัทย่อย ของ Osaka Gas Co., Ltd (Japan)ดูจากกราฟย้อนหลัง 4 ปีพบว่ามีรอบใหญ่เกิดขึ้น 2 ครั้ง โดยการเริ่มต้นของรอบคือบริเวณแถวนี้แหละ จากนั้นจะวิ่งยาวไปประมาณ 80% เป็นอย่างน้อย และสังเกตดูว่าจะเป็นการยก high ยก low ในทุกครั้งไป สำหรับครั้งนี้ถือว่ากำลังจะเกิดรอบใหญ่ขึ้นแล้ว มีแนวต้านของเส้น trend line ที่ 1.80 บาท ถือว่าน่าสนใจ มีข้อแม้ว่าใน 2 week นี้ต้องฝ่า 1 บาทไปให้ได้จึงจะขึ้นตาม pattern นี้ และต้องไม่หลุด 0.80 บาทนะ ทางใดทางหนึ่ง เท่านั้นหากหลุดก็เผ่นกันให้ไว แนะนำซื้อ TPIPL โดยมีแนวรับที่ 2.34 และ 2.30 และมีแนวต้านที่ 2.46 และ 2.60 เป็นจุดขายทำกำไรนางสาวสุธางค์ คนศิลป กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การโรดโชว์เพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุนในครั้งนี้ของ KOOL จะทำให้ผู้ที่เข้าร่วมงานเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจอย่างถ่องแท้ รวมไปถึงทราบเกี่ยวกับแผนการดำเนินงาน และศักยภาพการเติบโตในอนาคตของบริษัทมากขึ้น และยังเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนด้วย โดยคาดว่าจะสามารถเปิดจองซื้อหุ้น IPO จำนวน 120 ล้านหุ้น รวมถึงเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ได้ภายในไตรมาส 3/58,ปริมาณการซื้อขายระยะสั้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับระดับราคาแท่งเทียนที่ผ่านยืน SMA5 วันและ 10 วันขึ้นมาเป็นสัญญาณซื้อเก็งกำไร แนวโน้มกลับตัวทดสอบผ่านกรอบ Neck Line 1.55-1.63 จะเป็นการยืนยันรูปแบบขาขึ้น V-Shape ปรับตัวเน้นยืน 1.54-1.52 ได้เท่านั้น、ล็ อ ต เต อ รี่ งวด 16 ธันวาคม 2562、สำหรับปัจจุบันโรงงาน PBS อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าโครงการผลิตจะได้กำลังการผลิตตามที่ได้ออกแบบไว้หรือไม่ และอยู่ระหว่างยื่นขอใบรับรองมาตรฐานทั้งจากสหรัฐ และยุโรป เพื่อรองรับการส่งออกในอนาคต ซึ่งตลาดส่งออกจะเป็นตลาดหลักของโรงงาน PBS ในระยะแรก เพราะคาดว่าความต้องการใช้ภายในประเทศจะยังมีไม่มากนัก,GENCO ปิด 1.56 +0.07 +4.70%สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดพุ่งขึ้นหลังจาก EIA ปรับลดคาดการณ์การผลิตน้ำมันในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ราว 40,000-130,000 บาร์เรลต่อวันในแต่ละเดือน เนื่องจาก EIA ใช้วิธีการสำรวจแบบใหม่ โดยเท็กซัสและอ่าวเม็กซิโกเป็นบริเวณที่ถูกปรับลดการผลิตมากที่สุดระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 262-285 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 260 บาทโดยการจำหน่ายหุ้นและการโอนหนี้ดังกล่าวเป็นการยกเลิกการร่วมทุนกับบริษัทอื่น โดยสัดส่วนของการยกเลิกการเข้าร่วมลงทุนตั้งแต่ 10% ของทุนชำระแล้วของบริษัทที่เข้าร่วมทุน และเป็นการจำหน่ายไปซึ่งเงินลงทุนในบริษัทย่อย ซึ่งเป็นผลให้ PT Az Zhara รวมถึงบริษัทย่อยของ PT Az Zhara จำนวนทั้งสิ้น 6 บริษัท ได้แก่ PT Taringin Perkasa, PT Lamandau Sawit Lestari, PT Sawit Mandiri Samupraga, PT Sawit Mandiri Sejahtera Kobar, PT Mirza Pratama Putra และ PT Landen Roslia Mandiri สิ้นสภาพการเป็นบริษัทย่อยของปตท.ปัจจุบัน บริษัทมีงานในมือ(Backlog)คิดเป็นมูลค่า 1.04 พันล้านบาท ซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ 800 ล้านบาท ขณะที่เดินหน้าเข้าประมูลงานภาคเอกชน มูลค่ารวม 2.9 พันล้านบาท อยู่ระหว่างการรอระกาศผลในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยบริษัทคาดว่าจะได้รับงานนี้ราว 800 ล้านบาท ขณะที่บริษัทตั้งเป้ารักษาระดับ Backlog ไว้ที่ 1 พันล้านบาททั้งนี้หากบริษัทจดทะเบียนไม่สามารถดำเนินการให้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ดังกล่าว ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนการเพิกถอนหุ้นสามัญของบริษัทจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนต่อไปนั้น (รายละเอียดปรากฏในระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 30 มกราคม, 27 กุมภาพันธ์ และ 27 มีนาคม 2558) โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอแจ้งการดำเนินการกับบริษัทจดทะเบียนที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน ระยะที่ 3 ดังนี้,มาตรการวางรากฐานของประเทศ : ประกอบด้วย 1) เศรษฐกิจต้องเติบโตจากทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะช่วยพยุงเศรษฐกิจระยะ 3 เดือน เม็ดเงินรวมประมาณ 110,000 ล้านบาท โดยมาตรการปล่อยสินเชื่อให้แก่กองทุนหมู่บ้านแบบไม่คิดดอกเบี้ยนาน 2 ปี วงเงิน 59,000 ล้านบาท และการจัดสรรเงินแบบให้เปล่าตำบลละ 5 ล้านบาท จำนวนกว่า 7,000 ตำบล รวมวงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาทเพื่อจ้างงานในชนบท ขณะที่การจัดงบลงทุนให้ส่วนราชการที่เสนอโครงการลงทุนขนาดเล็กไม่เกิน 1 ล้านบาท วงเงินรวม 16,000 ล้านบาท。

SET ปิดเช้าบวก 4.20 จุด PTT ซื้อ-ขายสูงสุด 953.38 ลบ.อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทอยู่ที่ 33%-34% ของรายได้รวมในปี 2553-2557 และลดลงเหลือ 28% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 เนื่องจากบริษัทปรับลดราคาขายในโครงการคอนโดมิเนียมหลายโครงการเพื่อระบายสินค้าสร้างเสร็จเหลือขาย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของบริษัทเท่ากับ 20%-24% ของรายได้รวมในช่วงปี 2554-2557 และปรับดีขึ้นเป็น 18% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 ทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (ซึ่งคำนวณโดยอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้) ลดลงเป็น 11% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 จาก 14% ในปี 2557 ในช่วง 3 ปีข้างหน้า อัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 12%-15%พร้อมทั้งคงเป้าการเติบโตของรายได้ไม่น้อยกว่า 10-15% ต่อปีในระยะยาว โดยบริษัทฯได้หันมาเน้นการเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดท่อร้อยสายไฟที่บริษัทฯมีสัดส่วนรายได้ถึง 50% ซึ่งตลาดดังกล่าวมีมูลค่ารวมอยู่ 1.5-1.6 พันล้านบาท TRUEIF เปลี่ยนชื่อเป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล DIF,ขณะเดียวกันนักลงทุนยังจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจจีนในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนส.ค.โดยสหพันธ์พลาธิการและการจัดซื้อของจีน (CFLP) รวมถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนส.ค.โดยมาร์กิต และไคซิน แนะนำซื้อ DCON โดยมีแนวรับที่ 1.44 และ 1.42 และมีแนวต้านที่ 1.55 และ 1.60 เป็นจุดขายทำกำไรนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เชื่อว่ามาตรการเศรษฐกิจของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ที่เตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันพรุ่งนี้จะสามารถบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจและส่งผลดีในระยะสั้นได้ โดยเชื่อว่าผู้ปฎิบัติจะใช้ความระมัดระวังและคำนึงผลกระทบต่าง ๆ โดยเฉพาะการปล่อยเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนผ่านกองทุนหมู่บ้านจะต้องไม่ทำให้เกิดปัญหาหนี้ครัวเรือน,ทั้งนี้ปัจจัยดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้บริษัทมียอดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติให้กับโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2 เท่าตัว หรือจากเดิมเฉลี่ย 1,500 ล้านบีทียูต่อวัน เพิ่มเป็น 3,500-4,000 ล้านบีทียูต่อวัน นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนรุกขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรายใหญ่อีกหลายรายให้ความสนใจสั่งซื้อก๊าซธรรมชาติอัด คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2556 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2558 กองทุนได้มีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนไปแล้วคิดเป็นมูลค่าประมาณ 8,200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.4099 บาทต่อหน่วย นอกจากนี้กองทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2558 อยู่ที่ 71,934.012 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.3853 บาทต่อหน่วย นับเป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรม,3 CIRKIT บริษัท เซอร์คิทอีเลคโทรนิคส์อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) 31 มีนาคม 2559。 Most Negative Impact: SCC (-1.02 จุด)/ PTTEP (-0.74 จุด)/ PTT (-0.60 จุด)MTLS Trading buy ปิด 17.0 แนวรับ 16.9-16.6 แนวต้าน 17.5-17.8โดยการทำกิจกรรมทางการตลาด และมีการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ และกระจายความเสี่ยงด้วย นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้าในอินเดียเพื่อเพิ่มยอดขายอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะได้ความชัดเจนในช่วงปลายปี 58- ต้นปี 59นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงตลาดหุ้นไทยวันนี้ (31 ส.ค.) ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดภูมิภาคส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก โดยตลาดบ้านเรารับแรงหนุนจากแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท เอ็น.ดี.รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NDRณ เวลา 10.13น. ราคาอยู่ที่ 4.94 บาท บวก 0.72 บาท หรือ 17.06% สูงสุดที่ 4.96 บาท ต่ำสุดที่ 4.32 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 175.95 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.18% ,ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 20-22.30 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 19.90 บาทแนวรับ 44.00 แนวต้าน 46.50ดูจากกราฟย้อนหลัง 4 ปีพบว่ามีรอบใหญ่เกิดขึ้น 2 ครั้ง โดยการเริ่มต้นของรอบคือบริเวณแถวนี้แหละ จากนั้นจะวิ่งยาวไปประมาณ 80% เป็นอย่างน้อย และสังเกตดูว่าจะเป็นการยก high ยก low ในทุกครั้งไป สำหรับครั้งนี้ถือว่ากำลังจะเกิดรอบใหญ่ขึ้นแล้ว มีแนวต้านของเส้น trend line ที่ 1.80 บาท ถือว่าน่าสนใจ มีข้อแม้ว่าใน 2 week นี้ต้องฝ่า 1 บาทไปให้ได้จึงจะขึ้นตาม pattern นี้ และต้องไม่หลุด 0.80 บาทนะ ทางใดทางหนึ่ง เท่านั้นหากหลุดก็เผ่นกันให้ไว。

The first iterations of laser weapons will most likely serve to preserve the existing hierarchy of battlefield weapons. But as they grow more sophisticated, they may come to have the opposite effect.

Will Lasers Change War?
Credit: Depositphotos

Directed energy weapons – lasers – are a good example of a defense technology that has flitted around the edges of possibility for decades. The prospect of a weapon that needs no ammunition, and whose effects travel at the speed of light, remains tantalizing for militaries, despite numerous technical challenges, which have so far prevented lasers’ meaningful use.

Long a staple of science-fiction, directed energy weapons were mooted as part of a space-based missile defense system in the 1980s, before the end of the Cold War returned them to back-burner status. In the early 2000s, the U.S. Air Force revived the concept, going so far as to retrofit a Boeing 747 into an airborne laser platform called the YAL-1, designed to shoot down ballistic missiles in the launch phase. The program, beset by cost overruns, range limitations, and concerns about operational feasibility, was eventually abandoned.

Today, though, the United States, China, India, and Russia, amongst others, are all actively pursuing directed energy weapons. The U.S. has gone as far as deploying a prototype laser weapons system on a small number of its warships, though they have never been fired in combat as far as is publicly known.

The technical challenges remain significant. Laser weapons require enormous electrical power along with, in some cases, complex arrays of volatile chemicals. While they reach their target effectively instantaneously, their effect depends on heating the target to the point where it suffers structural failure, which can require the system to remain trained on what can be a small, rapidly-moving point target for an extended period. Keeping the beam focused over meaningful distances through inconsistent atmospheric conditions is challenging – after all, no commander wants to go into battle with a weapons system that doesn’t work in the rain.

But the use-case for such weapons is also changing. Lasers might still be some distance from having advantages over projectiles against warships, armored vehicles, or very rapidly-moving missiles, but their ability to fire for an extended period without drawing down a limited stock of ammunition gives them singular potential against swarms of lightweight drones, which might confound traditional defensive measures. In that context, they might well provide a crucial part of a layered defensive system, with electronic defenses, decoys, missiles, and guns all providing countermeasures against different types of threats. That might reduce the otherwise potentially transformative threat of drone swarms – in other words, it would mostly preserve the balance of military technology as it exists.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Farther out on the development curve, though, lasers might result in more profound changes in the balance of offensive and defensive capabilities. When the technical limitations around power, targeting, and focus are solved – which, admittedly, may not happen for a decade or more – lasers could make the jump from being a defensive to an offensive weapon. Such lasers could, in theory, be suitable for targeting aircraft, armored vehicles, or ships at long range, rather than defending them at short range.

That could be a major shift, indeed. For decades, advances in precision targeting, engine technology, and warhead design have put flagship systems at increasing risk and necessitated a shift from passive to active defense. Warships that were once clad in thousands of tons of armored steel are now equipped with electronic jammers, decoys, and close-in defensive systems. More recently, those systems have become compact enough to fit on armored vehicles as well. They have allowed traditional flagship systems to remain viable on the battlefield, despite increasing speculation that they are on the verge of obsolescence.

A concentrated burst of energy, however, cannot be spoofed electronically or intercepted before it reaches its target. Assuming such a weapon can deliver enough energy at range to be offensively viable, it is reasonable to assume that it could burn rapidly through armor or shielding and inflict catastrophic damage.

Absent some miraculous defensive system capable of shedding a phenomenal quantity of heat almost as quickly as it is delivered, such a weapon – in conjunction with hypersonic missiles, swarms of low-cost drones, and electromagnetic railguns – might well force the kind of fundamental rethink of procurement and force structure that futurists have been warning of for decades now.

Offensive laser weapons may well be a distant prospect. But in the world of military procurement and planning, where timescales stretch into decades, distant prospects need to be considered. For instance, the U.S. Navy’s Zumwalt-class destroyers, the last of which only just completed its builder’s trials, trace their origins back to a mid-1990s research and development program. (Incidentally, the Zumwalts were designed with surplus electrical generation capacity, in part to give them the capability to be mounted with directed-energy weapons in the future.)

It would be premature to abandon flagship systems, especially given that in the near term, lasers may serve to protect them against other categories of emerging threats. But it is also worth considering how the same technology which helps keep them viable in the near term may consign them to obsolescence later on, and how to adapt to that possibility before it arrives.