Flashpoints | Security

918 สล็อต1️⃣LOOK618: Will a ‘Digital Military’ Change War?

fifa 19 dribbling,นอกจากนี้ ทางการญี่ปุ่นได้ยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้า 2 สาย คือ สายแรก แหลมฉบัง-กรุงเทพ-กาญจนบุรี-พุน้ำร้อน ซึ่งเป็นแผนระยะยาวเพื่อขนส่งสินค้าและใช้โดยสาร ส่วนสายที่ 2 กรุงเทพ-เชียงใหม่ เน้นในเรื่องของการโดยสารโดยเป็นรถไฟไฮสปีด ซึ่งโครงการทั้ง 2 สายนี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม จะเดินทางไปลงนามในหลักการของสัญญารถไฟฟ้าต่อไป ทั้งนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ต้องการให้ญี่ปุ่นไปคิดรูปแบบจำลองการลงทุนก่อนนำมาหารือในครั้งหาต่อไปTUF ซื้อ ราคาหุ้นเกิดสัญญาณกลับตัวรูปแบบ Bullish Engulfing สามารถทะลุขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 3 เดือนบริเวณ 21.00 บาทได้ เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไรตาม โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 22.00 บาทแนวรับ 8.90-9.05 บาท ,ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 33-36.50 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 32.50 บาทบริษัทบริหารและดำเนินงานโรงแรมเหล่านี้ภายใต้เครือโรงแรมที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก เช่น Four Seasons รวมถึง Marriott และ St. Regis และภายใต้เครือโรงแรมของบริษัทเองคือ Anantara, Oaks, Avani, Elewana และ Per AQUUM ในเดือนมกราคม 2558 บริษัทได้ขยายธุรกิจโดยการซื้อกลุ่มโรงแรม Tivoli ในประเทศโปรตุเกส 4 แห่งและในประเทศบราซิล 2 แห่ง รวม 1,685 ห้อง โดยบริษัทมีแผนจะใช้แบรนด์ Tivoli ในการขยายธุรกิจในยุโรปและอเมริกาใต้ขณะที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) เปิดเผยในรายงานล่าสุดว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกในเดือนเม.ย.ขยับลงเพียง 1,000 บาร์เรล แตะที่ 31.295 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้ออกมาส่งสัญญาณเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมองการปรับตัวขึ้นของตลาดเป็นการดีดตัวช่วงสั้นๆ ขณะปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจภายในยังไม่สนับสนุนการถึงจุดกลับตัวของตลาด โดยคาดว่ากลุ่มสถาบันเป็นกลุ่มที่ช่วยผลักดันตลาดให้ขึ้นมา หลังมองต้นทุนสถาบันอยู่แถวบริเวณ 1480-1500 จุดTHREL Trading buy ปิด: 13.9 แนวรับ: 13.8-13.4 แนวต้าน: 14.5-14.9 ,ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ลง 0.25% สู่ระดับ 5.1% และลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปีลง 0.25% สู่ระดับ 2.25% ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่เดือนพ.ย. 2557 ที่ธนาคารกลางตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway up มีลุ้นปรับตัวขึ้นไปที่กรอบบนได้อีกครั้งสั้นๆ ไม่ต่ำกว่าแนวรับแถว ๆ 1.95 บาทอีก แนะนำรอซื้อเก็งกำไร หวังผลที่แนวต้านแถวๆ 2.04-2.08 บาทก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 1.90 บาท สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ค่าเงินยูโรวานนี้ (11 พ.ค.) อ่อนค่าลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1158 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.1206 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์เพิ่มขึ้นที่ 1.5590 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5458 ดอลลาร์สหรัฐดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ หลังจากแรงขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลกชะลอลง ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายจากความวิตกกังวลที่ว่าต้นทุนการกู้ยืมในจะระยะยาวจะปรับตัวสูงขึ้นส่วนบริษัทผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นนั้น ยอดขายนิสสันขยับขึ้น 1% แตะที่ระดับ 1,410 คัน ขณะที่โตโยต้ามียอดขายเพิ่มขึ้น 8.2% แตะ 1,030 คัน นายมิทช์ แมคคอนแนล ผู้นำเสียงข้างมากของวุฒิสภาสหรัฐ เปิดเผยว่า วุฒิสภาจะเริ่มอภิปรายประเด็นร่างกฎหมายการค้าแบบ fast-track ในสัปดาห์หน้า ซึ่งกฎหมายดังกล่าวนับเป็นกุญแจสำคัญสู่การหาข้อสรุปในการเจรจาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET เริ่มอ่อนแรง SET ฟื้นตัวต่อจากปลายสัปดาห์ก่อน ด้วย Sentiment เชิงบวกภาวะตลาดต่างประเทศ รวมถึงแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มแบงก์ อย่างไรก็ตาม จากที่ช่วงนี้ ปัจจัยในประเทศ ยังไม่มีอะไรโดดเด่นนัก ทำให้ช่วงท้ายเริ่มมีแรงขายเข้ามาอีกครั้ง หลังช่วงเช้าขึ้นไปทำจุดสูงที่ 1520 จุด มาปิดตลาดที่ 1513.82 จุด +3.31 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายที่ระดับ 1.5 หมื่นลบ. กลุ่มหลักแบงก์ และ ICT หนุนตลาด ปิดบวกกลุ่มละ +0.7% ส่วนพลังงานทรงตัว ด้านตลาดภูมิภาคอยู่ในแดนบวกบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH และรวมของบริษัทย่อยแจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1/58 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2558 มีกำไรสุทธิ 559.29 ล้านบาท หรือ 0.05 บาทต่อหุ้น ลดลง 11.49% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 631.86 ล้านบาท หรือกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.06 บาทประเมินแนวโน้มดัชนีแกว่งตัวแคบในแดนบวก เรามองการเก็งกำไรประเด็นดอกเบี้ยจีนจะช่วยหนุนโมเมนตัมในภาคบ่าย อย่างไรก็ดี ด้วยมุมมองที่อ่อนแอต่อเศรษฐกิจไทย เราจึงคาดว่าการปรับตัวขึ้นจะยังจำกัด สำหรับกลุ่มเด่น แนะนำ กลุ่มส่งออก และท่องเที่ยวซึ่งได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า SCB ซื้อเก็งกำไร News Summary: สรุปข่าวประจำวันที่ 11 พ.ค.58ทั้งนี้ บริษัทเป็นผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยในรูปแบบคอนโดมิเนียมทั้งอาคารสูง (High Rise) และอาคารเตี้ย (Low Rise) ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เป็นเขตชุมชนที่มีศักยภาพและคมนาคมสะดวกตามถนนสายหลักหรือใกล้ระบบขนส่งมวลชนในเส้นทางปัจจุบันและเส้นทางในอนาคต รวมถึงหัวเมืองและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆในภาคต่างๆของประเทศ ที่อยู่ในความต้องการของตลาดและมีศักยภาพในการเติบโต MILL จ่อปิดดีลร่วมทุนพันธมิตรญี่ปุ่นปลายเดือนนี้。

ทั้งนี้บริษัทมีแผนเปิดขายโครงการใหม่เพิ่มในครึ่งหลังของปี 58 โดยในไตรมมาส 1/58 เปิดขายใหม่เพียง 1 โครงการ และจะเปิด 2 โครงการในไตรมาส 2/58 ส่วนในครึ่งหลังของปี 58 จะเปิด 9 โครงการBJCHI (BUY:[email protected]): บริษัทแจ้งได้รับงานโมดูลที่บราซิลมูลค่า 5,400 ลบ. หนุนให้มี Backlog เพิ่มเป็น 8,850 ลบ. ทำให้ภาพรวมผลประกอบการมั่นคงมากขึ้น โดยปี 58-59 คาดกำไรโตเฉลี่ยปีละ 24% ขณะที่วันนี้ขึ้น XD รับเงินสดปันผล 0.25 บาท และหุ้นปันผลสัดส่วน 4:1 โดยราคาเป้าหมายหลัง XD ที่ 9.35 บาท มี Upside 32% จึงแนะนำ ซื้อ ?นางภัทรภร วรรณภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TVT เชื่อว่าการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯของ TVT ในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยต่อยอดให้ธุรกิจของบริษัทฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ โดยการเปลี่ยนแปลงระบบออกอากาศของสถานีโทรทัศน์จากระบบอนาลอก มาเป็นระบบทีวีดิจิตอล ที่เปิดตัวได้ช่วงหนึ่ง ทำให้ปัจจุบันมีหลายช่องทีวีดิจิตอลแสวงหาคอนเทนต์ที่ดีและน่าสนใจเพื่อออกอากาศ น้ำมันดิบปิดวานนี้ปรับลงวิตกอุปทานน้ำมันสูงผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ณ เวลา 11.38 น.อยู่ที่ 5.05 บาท บวก 0.13 หรือ 2.64% โดยเปิดตลาดที่ 4.96 บาท แตะระดับสูงสุดที่ 5.05 บาทและปรับตัวแตะระดับต่ำสุดที่ 4.96 บาท มูลค่าการซื้อขาย 329.91 ล้านบาทคำค้นHANAKCESVI บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 CPF ราคาปิด 22.50 บาท ตัดขาดทุน 22.10 บาท แนวรับ 22.30 บาท แนวต้าน 23.40 บาท Earning outlook : CNS คาดกำไร 1Q15F ที่ 3036 ลบ +12%y-y, +21%q-q จาก SSSG ที่จะพลิกมาเป็น +2% และกำไรทั้งปี 2015 จะฟื้นตัวอย่างโดดเด่นกว่า +42%y-y,รายได้รวมของบริษัทลดลง 15% เป็น 2,347 ล้านบาทในปี 2557 จาก 2,760 ล้านบาทในปี 2556 เนื่องจากบริษัทไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในปี 2557 จำนวนยูนิตในโครงการคอนโดมิเนียม DEN Vibhavadi ส่วนใหญ่ได้ส่งมอบให้แก่ลูกค้าไปแล้วในปี 2556 อย่างไรก็ตาม รายได้จากที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้นเป็น 2,259 ล้านบาทในปี 2557 จาก 1,787 ล้านบาทในปี 2556 ยอดขายในปี 2557 ลดลงเล็กน้อยเป็น 1,970 ล้านบาท จาก 2,094 ล้านบาทในปี 2556 ขณะที่มองอุปสงค์ของตลาดอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น จากรายได้สุทธิที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค เนื่องจากราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่ลดลง ทำให้คาดว่าอุปสงค์ของผลิตภัณฑ์บริษัทจะเพิ่มขึ้น และอุปสงค์ของเส้นใยและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ทดแทนวัสดุอื่นจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ในด้านปริมาณการผลิตของบริษัทในปีนี้จะเพิ่มขั้นราว 1 ล้านตัน ส่งผลให้ปริมาณการผลิตรวมทั้งปีนี้เท่ากับ 8.5 ล้านตัน ซึ่งเป็นผลจากการเสร็จสิ้นของการเข้าซื้อกิจการ และหากโครงการ Lion II แล้วเสร็จ ปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นอีก 700 กิโลตันด้วย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือนพ.ค.58 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ด้วยปัจจัยด้านนโยบายเศรษฐกิจเป็นแรงหนุนบวก โดยผลสำรวจระบุว่านักลงทุนมองว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นจะอยู่ในระดับทรงตัว จากระดับซบเซา ซึ่งนักลงทุนคาดการณ์ดัชนีจะอยู่ที่ 102.72 เพิ่มขึ้น 30.19% เมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 78.90ขณะที โครงการอนาคตของบริษัทมี 3 โครงการ 1) โครงการสร้างสตูดิโอใหม่ บริษัทมีแผนที่จะสร้างสตูดิโอเพิ่ม 3 สตูดิโอเนื้อที่รวม 8 ไร่ โดยคาดว่าจะใช้เงิน 200 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการรายการโทรทัศน์ที่เพิ่มขึ้น 2) ขยายกำลังการผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อที่จะตอบรับความต้องการรายการที่เพิ่มขึ้นและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ครอบคลุมมากขึ้น และ 3) ลงทุนในอุปกรณ์การถ่ายทำซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการจ้างและเช่าอุปกรณ์ในอนาคตTHRE แนวโน้มขึ้นต่อ ราคาเปิดช่องว่างขาขึ้นต่อเนื่อง ทะลุผ่าน 3.22 บาท พร้อมด้วยจำนวนเพิ่มขึ้น เป็นจังหวะซื้อตาม คาดว่าจะขึ้นไปถึงเป้าหมาย 3.40 บาท เป็นจุดขายทำกำไร ทั้งนี้เพราะต้องใช้เสาเข็มปริมาณมาก และยังได้ประโยชน์จากโอกาสในการผลิตหมอนรางรถไฟที่ใช้แทนไม้มาเป็นคอนกรีตแทน ซึ่งถือว่า DCON พร้อมมากในเรื่องนี้ ส่วนปี 58 มีโครงการอสังหากว่า 2.2 พันล้านบาท อีกทั้งที่มีโอกาสจะ hot มากขึ้นโครงการทำโรงไฟฟ้าด้วยแก๊สขนาดอย่างน้อย 10 mw รอการประกาศร่วมทุนในไม่ช้า ส่วนกราฟลงมาถึงแนว double bottom อีกทั้ง RSI แตะใกล้ Oversold ของถูกอย่างนี้ต้องสะสมเลยอะ คาดดีดกลับไต่ระดับเป็น W-shape ในไม่ช้า น่าเก็งกำไรรอบใหม่ แนวต้านอยู่ที่ 2.30 บาทช่วงบ่าย: ยังอยู่ในช่วงรีบาวด์ โดยภาคบ่ายหากผ่านแนวต้าน 1506 จุด จะไปหา 1512 จุด แต่หลังจากนั้นให้ระวังการอ่อนตัวลงต่อ ตามสัญญาณในภาพรวมที่เป็นลบ โดย หากหลุดต่ำกว่า 1495 จุด จะเป็นสัญญาณที่ไม่ดีอีกครั้ง ซึ่งมีแนวรับถัดไปที่ 1484 จุด (จุดต่ำเดิมรอบก่อน) กลยุทธ์ การอ่อนตัว ยังเป็นโอกาสในการเข้าซื้อของนักลงทุน ตามแนวรับที่กำหนด ซึ่งแนะนำอีกครั้งที่ 1484 และ 1460 จุด ตามลำดับ ส่วนการเก็งกำไรดูทำได้สั้นๆในช่วงนี้ ตามภาวะ SET ที่รีบาวด์ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ AUCT (รับ 17.50 ต้าน 18.60 Cut 16.70) และ ITD (รับ 7.60 ต้าน 8.10 Cut 7.40)บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/58 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 511.14 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.90 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 439.43 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.89 บาทต่อหุ้นEE ราคาปิด 1.22 บาท ขณะที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) เปิดเผยในรายงานล่าสุดว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกในเดือนเม.ย.ขยับลงเพียง 1,000 บาร์เรล แตะที่ 31.295 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้ออกมาส่งสัญญาณเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยขณะที่ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก เช่นเดียวกับตลาดสหรัฐที่ดีดตัวขึ้น และยังมีแรงหนุนจากที่ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ลง 0.25% สู่ระดับ 5.1% และลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปีลง 0.25% สู่ระดับ 2.25% ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่เดือนพ.ย. 2557 ที่ธนาคารกลางตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย, ฮั่งเส็งปิดพุ่ง 287.37 จุด รับคาดการณ์จีนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway up มีลุ้นปรับตัวขึ้นไปที่กรอบบนได้อีกครั้งสั้นๆ ไม่ต่ำกว่าแนวรับแถว ๆ 1.95 บาทอีก แนะนำรอซื้อเก็งกำไร หวังผลที่แนวต้านแถวๆ 2.04-2.08 บาทก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 1.90 บาทบริษัทมีแผนจะเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมใหม่จำนวน 1-2 โครงการต่อปีเพื่อเพิ่มฐานรายได้ โดยในปี 2558 บริษัทมีแผนจะเปิดขายโครงการใหม่ทั้งหมดจำนวน 6 โครงการมูลค่าประมาณ 5,900 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงโครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการมูลค่าประมาณ 2,700 ล้านบาทด้วย อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทคาดว่าจะสูงขึ้นในอนาคตจากการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้นทั้งนี้บริษัทยังคงดำเนินกลยุทธ์ที่เรียกว่า Internet For All ซึ่งจะทำให้ลูกสามารถเข้าถึงอินเทร์เน็ตได้ง่ายขึ้น โดยเรามีการเพิ่มเม็ดเงินลงทุนเป็น 18,000-20,000 ล้านบาท เพื่อขยายโครงข่าย 3G ให้ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งจะสามารถรองรับผู้ใช้งานได้ถึง 95% ของประชากรทั้งหมด ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มคุณภาพโครงข่าย 4G มากขึ้น โดยจะนำคลื่น 1800 MHz เดิม มาจัดสรรเพิ่มในการให้บริการ 4G นายชวลิตกล่าว。

The U.S. Space Force claims that it is in the process of delivering a “digital military branch.” Is it a contradiction in terms?

Will a ‘Digital Military’ Change War?
Credit: Depositphotos

According to General Jay Raymond, the head of the U.S. Space Force, America’s newest military branch is also on its way to becoming the world’s first fully digital armed service.?

Rather than a Tron-esque idea of soldiers fighting virtually in a purely digital battlefield, what Raymond was referring to — previously laid out in a Space Force vision statement — is somewhat more prosaic, emphasizing the need for the new service to be interconnected and innovative. In other words, the actual ambition is more or less to have a military service that works within the frameworks created by the current state of digital technology rather than adopting them piecemeal. The particular mission of Space Force lends itself naturally to networking — after all, Space Force personnel are expected to remotely operate satellite and reconnaissance platforms, rather than piloting space fighters or boarding enemy spacecraft. (For the foreseeable future, at least.) That stands in stark contrast to the marines, for example, who are still expected to operate in a world of very real mud and blood.

That contrast might make being a “digital service” an inherent quality rather than an aspirational goal. But the idea does raise the profound question of what military force means in an increasingly incorporeal world. After all, as every student of military history knows, war is politics by other means. And politics — not to mention commerce and virtually other element of human endeavor — is increasingly carried out in the digital realm. Why should war not follow suit?

To some extent, the answer depends on how central physical violence against human beings is to the concept of war. War in space and war in cyberspace have in common that human beings are not directly in the line of fire. As it stands, a war in space might be carried out entirely by remotely-controlled systems, and its targets might in turn be exclusively inanimate. Moreover, given the total reliance of space systems on links to the ground, the weapons themselves might be digital.?

In that sense, a “digital military” is simply a further extension of a longstanding trend: airplanes allowing soldiers to rain death on distant targets and return home; cruise and ballistic missiles putting the operator far beyond the horizon; armed UAVs allowing an operator sitting in a shipping container halfway around the world to observe a target for hours or days before deciding whether to end its life or not. The march of technology, it seems, allows us to abstract at least some of the warfighters ever-farther from the wars, or even to abstract the concept of war itself.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

But that is not to say that a war wholly contained to space, or to the digital realm, would be harmless to civilians. Disruptions to the civilian communications or network infrastructure — whether by physical destruction of satellites or successful attacks on networks — can very quickly create ripple effects through increasingly complex and fragile supply chains. We have had example after example in the last 18 months of how wide-ranging those impacts can be, even when it is in the interest of all parties to restore regular service as quickly as possible. It is hard to imagine an intentional disruption being quicker or easier to fix.

Moreover, abstracted warfare will not be any more immune from the potential for escalation than any other form of combat. With countries already struggling to define precisely how they might respond to a sufficiently damaging digital or space attack, leaving the possibility of uncontainable escalation open, no one should be under the impression that a war that begins in space or in cyberspace will remain there. There is no safe space where national interest can be advanced against the will of others without unintended consequences.

After all, we have just in the last few weeks witnessed a coalition of technologically unparalleled Western countries retreat in the face of a fundamentalist militia that — while not without its own technological and tactical innovations — was militarily weaker in every meaningful respect. Except, of course, in terms of its staying power and local knowledge, which in the event proved to be determinative.

It may indeed be necessary for militaries to become “digitally native” and prepared to contest every domain — physical, inhabited, or otherwise. But we should not mistake that for the ability to change or skirt the fundamental principles of war.