Interviews | Diplomacy | South Asia

สล็อต ออนไลน์ 99 1️⃣2021: US South Asia Policy: The Fallout From Afghanistan

456xbet 1️⃣2021,ส่วนแผนการเปิดโรงพยาบาลใหม่ 1 แห่งในปีนี้คือ โรงพยาบาลวิภาราม จ.สมุทรสาคร คงต้องเลื่อนการเปิดให้บริการไปเป็นเดือนม.ค.-ก.พ.59 จากเดิมที่คาดว่าจะเปิดในราวเดือนธ.ค.58 โดยจะเปิดให้บริการก่อนกว่า 100 เตียง มูลค่าลงทุนราว 800-1,000 ล้านบาท ก่อนจะค่อยๆขยับขึ้นเป็นขนาด 200 เตียงตามเป้าหมายนายเผด็จ ประดิษฐเพชร รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานโครงการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับระบบตั๋วร่วมคาดจะเริ่มเปิดใช้ระบบตั๋วร่วมกับระบบรถไฟฟ้า BTS, รถไฟฟ้า MRT และทางด่วน 1 เส้นทาง ในช่วงเดือน ก.พ. 59 หรืออย่างช้าเดือน ส.ค. 59 ทั้งนี้ ในเดือน ก.ย.58 จะติดตั้งระบบตั๋วร่วมในระบบนำร่อง 3 แห่งดังกล่าวแนวรับ 4.26-4.30 บาท,TRC ปิด 2.30 +0.12 +5.50%Energy: ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวรับของกรอบแนวโน้มขาลงที่ 19000 และมีแนวต้านที่ 20000 และ 20500RCL (ราคาปิดภาคเช้า 9.95)ปัจจุบัน ธนาคารมียอดสินเชื่อรายย่อยคงค้างอยู่ที่ 7 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่า ณ สิ้นปียอดสินเชื่อคงค้างจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาท ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)ของสินเชื่อรายย่อยปัจจุบันอยู่ที่ 2.3-2.4% และคาดว่า ณ สิ้นปีจะอยู่ที่ระดับดังกล่าว โดยเชื่อว่าครึ่งปีหลัง NPL จะทรงตัว เนื่องจากลูกค้าใหม่ที่เข้ามาขอสินเชื่อกับทางธนาคารเป็นลูกค้าที่มีคุณภาพ และมีความสามารถในการผ่อนชำระได้ตรงตามเวลาที่กำหนด ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคม จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมตรีเพื่อคัดเลือกผู้บริหารระบบตั๋วร่วม โดยจะใช้รูปแบบรัฐร่วมลงทุนกับเอกชน (PPP) ในเร็วๆ นี้ขณะที่แผนการลงทุนเปิดโรงพยาบาลในต่างประเทศนั้น บริษัทยังศึกษาการลงทุนในจีนและเมียนมาร์ โดยการเข้าไปลงทุนเห็นว่าควรจะต้องหาพันธมิตรท้องถิ่นก่อน ซึ่งก็มีการเจรจาอยู่หลายราย ซึ่งการหาพันธมิตรท้องถิ่นก็จะช่วยลดความเสี่ยงการลงทุน เช่น ในกรณีของจีนก็จะหาพันธมิตรท้องถิ่นให้ได้ก่อนแล้วนำโนฮาวเข้าไปดำเนินการ ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นบ่ายนี้ ขานรับกรีซ-เจ้าหนี้บรรลุข้อตกลง, Valuation : ปัจจุบันเทรดที่ PER15F ที่ 16.36x และ PBV15F ที่ 1.2 เท่าส่วนผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/58 บริษัทคาดว่าจะออกมาดีกว่าไตรมาส 1/58 ที่มีรายได้อยู่ที่ 489.5 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 105.3 ล้านบาท เนื่องจากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกทำได้เป็นไปตามเป้าหมายส่วนแผนการเปิดโรงพยาบาลใหม่ 1 แห่งในปีนี้คือ โรงพยาบาลวิภาราม จ.สมุทรสาคร คงต้องเลื่อนการเปิดให้บริการไปเป็นเดือนม.ค.-ก.พ.59 จากเดิมที่คาดว่าจะเปิดในราวเดือนธ.ค.58 โดยจะเปิดให้บริการก่อนกว่า 100 เตียง มูลค่าลงทุนราว 800-1,000 ล้านบาท ก่อนจะค่อยๆขยับขึ้นเป็นขนาด 200 เตียงตามเป้าหมาย BR เทรดวันแรกพุ่งเกือบ 28% โบรกฯ ชูเป้า 12-13 บ.456xbet 1️⃣2021 ,อนึ่ง บริษัท ไทยบริการอุตสาหกรรมและวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)ได้เปลี่ยนชื่อย่อมาเป็นTจากเดิมคือTIESขณะที่ MACD ปรับตัวลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยทดสอบระดับ 0 เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบแนวโน้มลง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 50 แนะนำซื้อ PAF โดยมีแนวรับที่ 3.94 และ 3.90 และมีแนวต้านที่ 4.20 และ 4.40 เป็นจุดขายทำกำไร STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 3.80 ลงไปอนึ่ง ผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมา ปี 56 บริษัทมีรายได้รวม 206.76 ล้านบาท จากนั้นในปี 57 เพิ่มขึ้นเป็น 234.85 ล้านบาท เติบโต 13.59% ส่วนกำไรในปี 56 อยู่ที่ 6.04 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 8.86 ล้านบาทในปี 57 คิดเป็นการเติบโตราว 46.69% โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากรถของบริษัทเอง 70% และรถร่วมฯ 30% ขณะที่การซื้อขาย SET50 DW มีวอลุ่มเบาบางลงเล็กน้อย โดยมีแรงซื้อขาย SET50 Put ในช่วงบ่ายจากการที่ดัชนีหลักทรัพย์อ้างอิงปรับตัวลง โดยมีวอลุ่มเทรดบน DW ที่เคลื่อนไหวตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของดัชนีหลักทรัพย์อ้างอิงได้ดี ตัวอย่างเช่น S5028P1508Aขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนการลงทุนในประเทศอินโดนีเซียคาดว่าจะสรุปได้ภายในปีนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมลงทุนในปี 59 ทันที โดยประเมินเบื้องต้นจะใช้เม็ดเงินลงทุนราว 500 ล้านบาท ส่วนการขยายตลาดอื่นๆ ในประเทศใกล้เคียง อาทิ เวียดนาม ด้วยการส่งสินค้าจากไทยไปจำหน่าย。

ทั้งนี้ทางสถานีจึงมีการปรับผังรายการใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 ให้ความสำคัญและเพิ่มน้ำหนักสัดส่วนคอนเทนต์ รายการข่าว เพิ่มขึ้นเป็น 40% ขณะที่คอนเทนต์ รายการวาไรตี้ มีสัดส่วนอยู่ที่ 60% และวางแผนจะมีการผลิตคอนเทนต์ใหม่ลงจออีก 2-3 รายการ ไม่ว่าจะเป็นรายการ เปิดโปง ที่เริ่มออกอากาศไปอย่างร้อนแรง โดยสันติ เศวตวิมล, และรายการรสเข้มที่จะเปิดตัวในช่วงเดือนสิงหา, กย.นี้เป็นต้นไป ซึ่งมั่นใจว่าจะทำให้คอนเท้นต์ของช่อง2ครองแชมป์ความแรงสะใจผู้ชมได้อย่างแน่นอนสำหรับแผนการลงทุนเพิ่มเติมในปีนี้บริษัทได้เตรียมงบลงทุนจำนวนไม่เกิน 10 ล้านบาท เพื่อสร้างคลังสินค้าเพิ่มเติม หลังจากเพิ่มไลน์สินค้า คือ เครื่องกรองน้ำรุ่น ROMA ทำให้กำลังการผลิตเต็มที่ จึงพิจารณาให้ซื้อที่ดินเพิ่มจำนวน 1 ไร่ และสร้างอาคารใหม่ เพื่อรองรับสินค้าดังกล่าว คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปีนี้、โดยทางการจีนจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงเช้านี้ รวมถึงการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนมิ.ย., ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย., ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2558, ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย. และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เดือนมิ.ย. สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ PTTEP-F มูลค่าสูงสุด 106.31 ลบ.,อนึ่ง ผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมา ปี 56 บริษัทมีรายได้รวม 206.76 ล้านบาท จากนั้นในปี 57 เพิ่มขึ้นเป็น 234.85 ล้านบาท เติบโต 13.59% ส่วนกำไรในปี 56 อยู่ที่ 6.04 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 8.86 ล้านบาทในปี 57 คิดเป็นการเติบโตราว 46.69% โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากรถของบริษัทเอง 70% และรถร่วมฯ 30%อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่มีการเพิ่มจำนวนใบอนุญาตจากที่กำหนดไว้ 2 ใบอนุญาต แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการหลายรายสนใจเข้าประมูลก็ตาม TVT ส่ง Dance Your Fat Off ซีซั่น 3 ออนแอร์ คาดบุ๊ครายได้ใน Q3 กว่า 70 ลบ.,กราฟระยะสั้นพลิกตัวขึ้นเป็น U shape และราคาดีดตัวตัดเส้น EMA 10 วันขึ้นมาเป็นสัญญาณซื้อระยะสั้นได้สำเร็จ พร้อมกับเครื่องมือ RSI + MACD ขึ้นขึ้นสนับสนุนทิศทาง จึงมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ ถนนสุขสวัสดิ์ จากแยกบางปะแก้ว ถึง สามแยกพระประแดงSPVI ราคาปิด 1.26กลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: คาด Upside จำกัดที่ 1495-1500 จุด และจะอ่อนตัวก่อน โดยช่วงบ่าย (15.00 น.) ให้ระวังผลประชุมเรื่องนิวเคลีย์อิหร่าน หากยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร จะกดดันกลุ่มพลังงาน รวมถึงคาดตลาดจะกลับมากังวลเรื่องการโหวตในรัฐสภาฯของกรีซ แนวรับมีที่ 1485 และ 1476 จุด ซึ่งภาพรวม ยังคาดรองรับอยู่ เพื่อกลับมาปรับขึ้นต่ออีกครั้ง ดังนั้น กลยุทธ์ เน้นแบ่งขายทำกำไรบางส่วนไปก่อน ส่วนการเก็งกำไรยังทำได้ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณทางเทคนิค ได้แก่ DCON (รับ 1.85 ต้าน 2.00 Cut 1.80) และ KKC (รับ 3.40 ต้าน 3.78 Cut 3.30)TTCL Trading buy ปิด 31.0 แนวรับ 30.75-29.75 แนวต้าน 32.5-33.5 STPI/16.30 มีรูปแบบของการสร้างฐานในขณะที่ Modi. Sto. Oversold อยู่ ทำให้น่าจะซื้อดักรีบาวด์ได้ เก็งกำไร แนวรับ 16.10 แนวต้าน 16.80 cut loss 15.90 บ.ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway up มีลุ้นที่จะปรับตัวขึ้นไปที่กรอบบนของกรอบ sideway ได้อีกครั้งสั้นๆ ไม่ต่ำกว่าแนวรับแถวๆ 18-17.70 บาทอีก แนะนำ ซื้อเก็งกำไรหวังผลดีดกลับขึ้นไปแถวๆ 19 บาทก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 17.60 บาท นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนกรกฎาคม 2558 ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากหดตัวติดต่อกัน 2 เดือน โดยค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 47.52 จุด เพิ่มขึ้น 4.41 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน แต่ยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 จุด สะท้อนมุมมองราคาทองคำในประเทศฟื้นตัวแต่ปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก โบรกฯ มอง AP ยังซื้อได้เป้า 8.8 บ.ชี้กรณีบ้านทรุดกระทบน้อย-ครึ่งปีหลังกำไรฟื้น此页面是否是列表页或首页?未找到合适正文内容。บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320,SGP ปิด 10.50 +0.10 +0.96%ทั้งนี้ มีมุมมองเชิงบวกต่อข่าวดังกล่าว เนื่องจากการปรับกลยุทธ์ดังกล่าว จะช่วยให้ธุรกิจการท่องเที่ยวไทยเป็นไปอย่างยั่งยืนจากนักท่องเที่ยวในกลุ่มที่มีรายได้สูงให้มากขึ้น ซึ่งเห็นว่า การดำเนินนโยบายดังกล่าวจะมีอานิสงส์บวกต่อธุรกิจในกลุ่มโรงพยาบาลโดยได้รับปัจจัยบวกจากต่างประเทศที่ตลาดหุ้นต่างปรับตัวขึ้น ในเรื่องกรีซที่บรรลุข้อตกลงกับทางเจ้าหนี้แต่ต้องติดตามการประชุมรัฐสภาผ่านกฎหมายของกรีซในคืนนี้ และกลุ่มพลังงานบวกขึ้นมากด้วยราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น ตอบรับข่าวดีหลังอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับประเทศมหาอำนาจ แลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของนานาชาติ ทำให้โลกมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือ แถลงการณ์ของนางเยลเลน หาสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ หลังจากที่ได้ยืนยันแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในปีนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยประธานเฟดจะแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสในวันพุธและวันพฤหัสบดี หุ้นที่บวกดัชนี คือ DTAC SCC INTUCH TMB CPALL TUF PS IRPC BTS หุ้นที่ลบดัชนี คือ AOT KBANK BDMS CPN BH BBL BAY KTB HANAนอกจากนี้ ยังมีแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลง หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านและ 6 ชาติมหาอำนาจของโลกได้บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์แล้วในวันนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และส่งผลให้อิหร่านส่งออกน้ำมันในตลาดโลกได้。 หุ้นแนะนำภาคบ่าย: ITD (ได้รับประโยชน์จากต้นทุนราคาน้ำมันที่ลดลง และการเปิดโครงการประมูลมอเตอร์เวย์ 3 สาย, เป้าทางกลยุทธ์ 8.70-8.90 ตัดขาดทุน 8.10), ADVANC (ได้ข่าวดีประมูล 4G และคาดการปันผลระหว่างกาลช่วยรองรับความผันผวน, เป้าทางกลยุทธ์ 245-250 ตัดขาดทุน 235), EPG (การเข้าซื้อกิจการในออสเตรเลียหนุนผลการดำเนินงานระยะยาว, เป้าทางกลยุทธ์ 10.00-10.30 ตัดขาดทุน 9.25) นิกเกอิปิดเช้าพุ่ง 301.97 จุด รับกรีซบรรลุดีลเจ้าหนี้。

Insights from Michael Kugelman.

US South Asia Policy: The Fallout From Afghanistan
Credit: Depositphotos

The Diplomat author Mercy Kuo regularly engages subject-matter experts, policy practitioners, and strategic thinkers across the globe for their diverse insights into U.S. Asia policy.?This conversation with Michael Kugelman, deputy director of the Asia Program and senior associate for South Asia at the Wilson Center, is the 286th in “The Trans-Pacific View Insight Series.”

Analyze the Biden administration’s rationalization of the chaos that accompanied the U.S. withdrawal from Afghanistan.

The administration has argued that no matter when the withdrawal was completed, there would have inevitably been messiness on the ground given the complexities of coordinating large numbers of evacuations in a volatile environment.

This is true, to an extent. But there were still two major mistakes made by the administration. First, after it announced its withdrawal, it did not come up in advance with a contingency plan to implement in the event of the worst-case scenario: a Taliban takeover prior to the completion of the withdrawal. To be sure, few expected this scenario to come to pass. But that doesn’t mean it shouldn’t have been anticipated. If such a plan was in place in advance, the administration could have implemented it and presumably avoided some of the recent chaos.

Second, the administration should have done more earlier on to address bottlenecks – caused by bureaucracy and COVID-19 – that delayed the processing of special visas for Afghans that worked with the U.S. military. Had these bottlenecks been eliminated earlier on, more vulnerable people could have gotten out more quickly.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Explain the strategic calculus of Pakistan and India in managing the Taliban government in Afghanistan.

Islamabad and New Delhi will approach the Taliban from very different positions. Pakistan has a long relationship with the Taliban. It helped establish the group and sponsored it for years, including being one of only three countries to recognize the Taliban regime in the 1990s. By contrast, India only reached out to the Taliban for the first time, on a formal level, weeks ago. It has rightfully viewed the Taliban as a Pakistani asset that is anti-India in its outlook.

Pakistan will likely seek some security assurances from the Taliban, especially in terms of its willingness to deny space to the Pakistani Taliban, an anti-Taliban outfit with its leadership based in Afghanistan. But Islamabad is unlikely to demand much of the Taliban as a condition for recognizing the Taliban regime.

New Delhi, however, will be very cautious. It will likely watch Taliban behavior in the coming months and see what approach it takes to terror groups in Afghanistan, and what type of relationship it has with Pakistan. I doubt India will recognize the Taliban government, but I do think it will want to establish enough informal links with it so that it can be in a better position to convey its interests — which mainly entail ensuring that India’s equities and investments in Afghanistan are not imperiled.

Still, no matter how you slice it, a Taliban-led Afghanistan delivers a strategic blow to India. A pro-Pakistan government will be in power in Afghanistan, and Pakistan along with India’s other top rival, China, will be poised to step up their game, assuming they get security and counterterrorism assurances. India had close ties to all non-Taliban governments in Afghanistan since the end of 2001. But now it’s likely to have no formal relationship with Kabul at all.

How does the fallout from Afghanistan impact China-Pakistan relations?

On one level, the Taliban takeover generates opportunities for Islamabad and Beijing. If the two countries are sufficiently reassured about the security situation, China would be poised to bring infrastructure investments into Afghanistan, including those associated with its Belt and Road Initiative. This would benefit its close ally Islamabad, which hopes to expand its cooperation with China on infrastructure projects?beyond Pakistan. I can envision Pakistan and China, with additional cooperation from Russia, using Afghanistan as a springboard for infrastructure projects that expand into Central Asia.

But the new reality in Afghanistan could also produce a rare tension point in China-Pakistan relations. In recent years, and especially in recent months, terrorists have staged attacks on Chinese workers in Pakistan, despite Chinese pressure on Pakistan to improve security. The galvanizing effect of the Taliban takeover, as well as the unlikelihood that the Taliban will crack down heavily on terrorism on Afghan soil ??? with the exception of Islamic State, a rival ??? means that we could see a rise in these attacks on Chinese targets in Pakistan. The Pakistani Taliban, which enjoyed a resurgence in recent months, and whose leadership is based in Afghanistan, have claimed several such attacks in recent months. The more these attacks keep happening, the more chances there are for some strain to emerge in China-Pakistan relations.

How might Iran and Russia benefit from U.S. absence in Afghanistan?

Iran and Russia, along with another top U.S. rival, China, are both advantaged and disadvantaged by the U.S. withdrawal. Certainly, the U.S. departure does provide a strategic opportunity, because it entails the removal of the U.S. footprint in their neighborhood.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

At the same time, these countries quietly regarded the U.S. military presence as a benefit because it served as a net security provider that the countries themselves weren’t willing to provide. U.S. boots on the ground weren’t a major stabilizing force in Afghanistan – the Taliban took large amounts of territory and IS emerged there over the last few years – but they did enable the U.S. to carry out counterterrorism activities against actors, mainly IS, that Beijing, Moscow, and Tehran all view as threats. With the U.S. gone, the terror threats to these countries could intensify.

Assess U.S. South Asia policy in the aftermath of Afghanistan’s fall to Taliban control.

U.S. South Asia policy will largely revolve around continuing to build up ties with India in service of a common goal of counterbalancing China. This is a major reason why President Biden decided to leave Afghanistan – to free up more policy space to focus on strategic competition with China. Additionally, the U.S. will look to scale up ties with smaller South Asian states caught up in India-China rivalry, such as Bangladesh, the Maldives, and Sri Lanka, in an effort to draw them away from China and more toward India and the United States. Washington will use tools associated with its Indo-Pacific strategy – especially the Blue Dot Network and Development Finance Corporation – to finance new infrastructure projects. But let’s be clear: Such efforts can’t hold a candle to China, which has a much deeper footprint in the region.

Pakistan, China’s top ally, will be left on the outside looking in on this countering-China U.S. policy. However, the Biden administration, following the deadly IS attack on U.S. troops at the Kabul airport, will find it very difficult to undertake a complete policy break with Afghanistan. It will ramp up its “over the horizon” counterterrorism activities in Afghanistan and try to develop a stronger capacity to monitor and strike terrorist targets without boots on the ground. This means neighboring Pakistan will remain important in U.S. strategic calculations. Islamabad and Washington could build up cooperation over the shared threat of IS – or they could succumb to the longstanding tensions and mistrust that often exist between the two when it comes to counterterrorism activities.