China Power | Economy | East Asia

panda 777slot 1️⃣2021: The Real Cause of China’s Alibaba Crackdown

918kiss ฟรี 1000mega888 สมัคร1️⃣LOOK618,และที่สำคัญสำหรับสถานการณ์ภายหลังการประมูลคลื่น คือเรามีผู้ให้บริการรายใหม่ หากค่ายมือถือเดิมเสนอโปรลับในราคาที่ต่ำกว่าทุน ย่อมเป็นการกีดกันการค้า ส่งผลเป็นการจำกัดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และในระยะยาวจะก่อให้เกิดการผูกขาดแบบเดิมๆ นับเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แม้ดูผิวเผิน เสมือนว่าผู้บริโภคได้รับประโยชน์ (ในระยะสั้น) ก็ตาม ในหลายประเทศแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านของเรา ต่างก็เฝ้าระวังการกำหนดราคาแบบ Predatory Pricing เช่นกันโดยราคาหุ้น SR ปรับตัวลงต่อเนื่องติดต่อกัน 4 วัน นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ 3.64 บาท เมื่อวันที่ 29 ม.ค.59 ขณะที่ในวันนี้ราคาหุ้นปรับตัวลงต่ำสุดที่ 3.36 บาท ทำจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ , เขายืนยันจะจ่ายเงินตลอดระยะเวลา โดยกระแสข่าวที่ออกมาก็ไม่รู้มาจากไหน ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้ยากที่ทุกคนไปคาดหวังอย่างนั้น วอนอย่าเพิ่งมโนกันไปเอง นายฐากร กล่าวด้านตลาดในยุโรปที่มีการเปิดการซื้อขายในช่วงบ่ายนี้ก็อยู่ในแดนบวกกัน, ราคาน้ำมันในตลาดล่วงหน้าก็อยู่ในแดนบวก และดาวโจนส์ฟิวเจอร์สก็เป็นบวกในช่วงบ่ายนี้ นอกจากนี้ ยังได้มีการร่วมทุนกับบริษัท ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ร่วมผลิตภาพยนตร์ไทยในนาม T MOMENT ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าภายในไตรมาส 3/59 จะเริ่มมีผลงานออกมาให้ชมกัน โดยตั้งเป้าจะผลิตภาพยนตร์ไทยออกมาปีละ 3-5 เรื่อง สมาคมผู้นำเข้ายานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์นำเข้าใหม่ในญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงรถยนต์ของบริษัทผู้ผลิตญี่ปุ่นที่ผลิตในต่างประเทศด้วยนั้น ลดลง 2.2% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี แตะ 20,373 คัน ส่วนยอดขายรถยนต์ต่างชาติปรับตัวลดลง 0.8% แตะ 17,045 คัน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ของญี่ปุ่นร่วงลง 8.8% แตะ 3,328 คันสำหรับการดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทั้งหมดดำเนินการโดย BCPG ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ที่อยู่ระหว่างการนำหุ้น BCPG เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยการเข้าซื้อโรงไฟฟ้ากลุ่ม SunEdison ครั้งนี้ จะทำให้ BCPG มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เดินเครื่องผลิตแล้วราว 150-160 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทมีแผนจะเตรียมกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เดินเครื่องผลิตแล้วสำหรับ BCPG ให้ครบ 200 เมกะวัตต์ ก่อนที่จะนำหุ้นเข้า SET ในราวไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4 ปีนี้ แต่ทั้งนี้ ยังขึ้นอยู่กับสภาวะของตลาดในขณะนั้นด้วยดัชนี 1,299.67 เปลี่ยนแปลง +7.90 จุด มูลค่าการซื้อขาย 20,700 ลบ.,อนึ่ง ศรีลังกาเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 4 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าอันที่ 4 ของศรีลังกาในภูมิภาคอาเซียน (รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย) การค้าระหว่างไทยและศรีลังกาในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2554-2558) มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 521.26 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2558 การค้ารวมมีมูลค่า 488.06 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.12 ของการค้าทั้งหมดของไทย โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 380.02 ล้านเหรียญสหรัฐ GRAND มั่นใจปีนี้พลิกกำไรธุรกิจโรงแรมหนุน-เล็งร่วมทุนพันธมิตรตปท. กรณีที่มีข่าวว่า ค่ายมือถือบางค่ายบังคับให้ผู้บริโภคที่จะโทรไปศูนย์บริการของค่ายมือถืออื่น ต้องฟังข้อความประชาสัมพันธ์ของค่ายตนก่อน ก็เป็นเรื่องที่มีการตั้งคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่ และถูกกฎหมายหรือไม่ แต่หากจงใจขัดขวางการโทรออกของผู้บริโภคไม่ว่าด้วยเหตุใด ย่อมผิดกฎหมายอย่างแน่นอนธุรกิจ : ให้บริการออกแบบและผลิตเครื่องจักร สำหรับการประกอบและทดสอบชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์จับยึดสำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมโดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงคาดว่ามาจากประเด็นที่ DTAC รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 58 มีกำไรสุทธิ 5.89 พันล้านบาท หรือ 2.49 บาทต่อหุ้น ลดลง 45% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.07 หมื่นล้านบาท หรือ 4.53 บาทต่อหุ้นIMPACT(+) PTT SCB SCC PTTGC BBL PTTEP MINT AOT DELTA BDMS BEC KBANK TU TMB SUPER CENTELทั้งนี้ กสทช. ได้จัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาทีวีดิจิตอล ซึ่งได้ประชุมมา 3 ครั้งแล้ว ได้สรุปปัญหา 10 ข้อเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ กสทช. เพื่อพิจารณาหาทางแก้ไขต่อไป โดยแนวทางแก้ไขปัญหา 10 ข้อได้แก่ แนวทางการคืนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอล, การขยายเวลาหรือเลื่อนจ่ายเงินค่าประมูล งวดที่ 3 ออกไปก่อน,การแจกคูปองเพิ่มเติมเป็น 22 ล้านครัวเรือน,การขยายอายุใบอนุญาต, การจัดลำดับการเรียงเลขช่องเหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม, การจัดเก็บเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ต่ำกว่า 2% , การจัดทำระบบวัดเรทติ้งทีวี, ทำการประชาสัมพันธ์รับชมทีวีดิจิตอล , พักใช้ใบอนุญาตหรือเลิกประกอบกิจการ และ เยียวยาผู้ประกอบกิจการ ขณะเดียวกัน กระทรวงรายงานว่า ประสิทธิภาพการผลิตของแรงงานนอกภาคเกษตร ลดลงในไตรมาส 4 ลดลง 3.0% ซึ่งร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 1 ปีหรือนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2557 หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.1% ในไตรมาส 3 โดยก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าประสิทธิภาพการผลิตในไตรมาส 4 จะลดลงเพียง 1.8%มาร์กิตระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจยูโรโซนมีการขยายตัวเพียง 0.4% ในช่วงเริ่มต้นปี เมื่อเทียบรายไตรมาส โดยเศรษฐกิจสเปนมีการเติบโตมากที่สุด ตามมาด้วยเยอรมนี ขณะที่ฝรั่งเศสเริ่มชะลอตัวลง นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ภาคบริการของสหรัฐได้ชะลอตัวลงในเดือนม.ค.อนึ่ง ศรีลังกาเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 4 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าอันที่ 4 ของศรีลังกาในภูมิภาคอาเซียน (รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย) การค้าระหว่างไทยและศรีลังกาในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2554-2558) มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 521.26 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2558 การค้ารวมมีมูลค่า 488.06 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.12 ของการค้าทั้งหมดของไทย โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 380.02 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 1/2559 ว่าทิศทางของนโยบายการเงินของไทยจะไปทางไหน ท่ามกลางการดำเนินนโยบายที่แตกต่างกันของประเทศเศรษฐกิจหลัก คาด กนง.รอบนี้จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.50%、 รายงานการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อวันที่ 17-18 ธ.ค.ที่มีการเปิดเผยในวันนี้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินรายหนึ่งของ BOJ ได้ออกมาเตือนว่ามาตรการต่างๆของ BOJ ที่สนับสนุนนโยบายผ่อนคลายทางการเงินนั้น อาจจะเป็นสาเหตุตลาดเกิดความเข้าใจผิดในประเด็นที่ว่าการผ่อนคลายขนานใหญ่ของ BOJ กำลังใกล้ถึงขีดจำกัดอันดับเครดิตสะท้อนถึงผลงานที่น่าพอใจของบริษัทในการก่อสร้างอาคารสูงสำหรับพักอาศัยและการพาณิชย์ โดยบริษัทเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงซึ่งส่วนใหญ่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพฯ และในต่างจังหวัดที่มีทำเลที่ตั้งดี นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถก่อสร้างโรงงานและงานสาธารณูปโภคอื่น ๆ รวมทั้งงานวางระบบและออกแบบด้วย บริษัทขยายไปสู่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์เพื่อเพิ่มรายได้และกำไร อย่างไรก็ดี รายได้จากธุรกิจทั้ง 2 ประเภทยังคงมีสัดส่วนค่อนข้างต่ำ แต่ก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลัก โดยคิดเป็นสัดส่วน 80%-90% ของรายได้รวมของบริษัทในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา。

918kiss ฟรี 1000mega888 สมัคร1️⃣LOOK618,แนวรับ : 2.48 และ 2.44 น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างปรับปรุง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 3 เดือน หลังจากนั้นจะส่งกลับให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง หาก ครม.เห็นชอบก็จะส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประกาศใช้ราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ โดยขั้นตอนทั้งหมดน่าจะไม่เกิน 6 เดือน หรือบังคับใช้ได้ภายในปีนี้สั้นๆรอขายแนวต้าน การลงนามครั้งนี้มีขึ้นหลังจากญี่ปุ่นยกเลิกคว่ำบาตรอิหร่านในเดือนม.ค. ซึ่งมีขึ้นภายหลังจากที่สำนักงานพลังงานปรมาณูสากล (IAEA) ยืนยันว่าอิหร่านได้ยุติโครงการนิวเคลียร์ตามที่ได้ทำข้อตกลงกับ 6 ชาติมหาอำนาจที่บรรลุข้อตกลงเมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้วความเห็น: เนื่องจากบริษัทธุรกิจเกี่ยวกับสายส่งอินเตอร์เน็ตCPF ราคาไต่ระดับทำจุดต่ำที่สูงขึ้น โดยหลังพักฐานมาแถว 17.9 ก็พลิกตัวขึ้นมาเหนือกลุ่มเส้นค่าเฉลี่ย ซึ่งเรียงตัวเชิงบวก ล่าสุดราคาทำจุดสูงระยะสั้น ด้าน MACD ยกตัวเหนือค่าเฉลี่ยของตัวเองอยู่ในแดนบวก สนับสนุนโอกาสที่ราคาจะยกตัวเข้าทดสอบกรอบบนช่องคู่ขนานกราฟ 10 นาที ชะลอการปรับขึ้น โดยที่สัญญาณลบจาก MACD ยังอยู่เหนือ Zero Line มองเป็นการพักตัวในกรอบ Sideways รับ 807, 803 จุด ต้าน 814, 818 จุด, เราวางเป้าหมายให้ A W เป็นร้านฟาสต์ฟู้ดชั้นนำ 1 ใน 3 ของประเทศ และครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย หลังจากเรามีการปรับปรุงภาพลักษณ์และความพร้อมของสาขาต่างๆเรียบร้อยแล้ว A W จะรุกตลาดอย่างเต็มที่ นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนเข้าลงทุนในร้านอาหารประเภทอื่นๆ ที่มีความน่าสนใจและมีโอกาสในการเติบโตแต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้ นายสุรพงษ์ กล่าวบริษัท ดีคอนโปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ DCON ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 0.61 บาท บวก 0.08 บาท หรือ 15.09% มูลค่าซื้อขายที่ 37.8 ล้านบาท ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี เปิดเผยถึงการสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดย่อม-ทีเอ็มบี (TMB-SME Sentiment Index) ไตรมาส 4/58 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอยู่ที่ 40.5 ปรับขึ้นจากระดับ 34.2 หรือเพิ่มขึ้นมา 18.4% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากเป็นช่วงที่มีวันหยุดต่อเนื่องและเป็นช่วงเทศกาล ซึ่งมีการจับจ่ายใช้สอยและการบริโภคค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/58 ประกอบกับเริ่มเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคมีความคึกคักและมีเม็ดเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ 60.9% ยังมีความรู้สึกกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศและกำลังซื้อชะลอตัวTotal Access Communication(DTAC TB; THB 30.75) ซื้อนอกจากนี้ ตลาดฯยังมีแรงหนุนจากการเข้ามาเล่นเก็งผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และเล่นหุ้นที่ให้ปันผลสูง อย่างไรก็ดี มองว่าตลาดฯยังมีความเสี่ยงอยู่ ซึ่งทำให้ตลาดฯยังมีทิศทางที่อาจจะผันผวนได้,ทั้งนี้ กสทช. ได้จัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาทีวีดิจิตอล ซึ่งได้ประชุมมา 3 ครั้งแล้ว ได้สรุปปัญหา 10 ข้อเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ กสทช. เพื่อพิจารณาหาทางแก้ไขต่อไป โดยแนวทางแก้ไขปัญหา 10 ข้อได้แก่ แนวทางการคืนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอล, การขยายเวลาหรือเลื่อนจ่ายเงินค่าประมูล งวดที่ 3 ออกไปก่อน,การแจกคูปองเพิ่มเติมเป็น 22 ล้านครัวเรือน,การขยายอายุใบอนุญาต, การจัดลำดับการเรียงเลขช่องเหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม, การจัดเก็บเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ต่ำกว่า 2% , การจัดทำระบบวัดเรทติ้งทีวี, ทำการประชาสัมพันธ์รับชมทีวีดิจิตอล , พักใช้ใบอนุญาตหรือเลิกประกอบกิจการ และ เยียวยาผู้ประกอบกิจการ DCON พุ่ง 9.43% คาดเก็งฯตามสัญญาณเทคนิค-ปริมาณการซื้อขายเพิ่มต่อเนื่องAMATA มีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 12.80 บาท และมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 13.90 บาท (จุด Stop Loss อยู่ที่ 12 บาท)RS (Bt 9.55 เป้าเทคนิค 9.80-10.50 cut loss ถ้าหลุด 9)อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยบวกได้น้อยกว่าประเทศอื่น เนื่องจากดัชนีฯยังคงติดแนวต้านทางจิตวิทยาที่ระดับ 1,300 จุด และผลประกอบการของบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ออกมาแย่กว่าคาด และยังมีการปรับลดนโยบายการจ่ายเงินปันผลด้วย ทำให้ไปกดดันตลาดฯ ดังนั้นจึงมองว่าตลาดฯคงจะใช้เวลาสักพักในการแกว่งไซต์เวย์แถว 1,300 จุด,ราคาปิด : 7.40โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้มอบหมายงานและสับเปลี่ยนหมุนเวียนหน้าที่แก่ผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้จัดการและรองผู้จัดการ ดังนี้ นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ,นายถิรพันธุ์ สรรพกิจ ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ,นางสาวภัทรวสี สุวรรณศร ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าสายงานปฏิบัติการ , นางพรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าสายงานบริหารINET ปิด 4.40 +0.14 +3.29%โดยบริษัทคาดว่าจะได้เม็ดเงินจากระดมทุนครั้งนี้ราว 8 พันล้านบาทถึง 1 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ซื้อโรงไฟฟ้าและพัฒนาโรงไฟฟ้าตามแผน โดยมีเป้าหมายจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เดินเครื่องผลิตแล้วครบ 500 เมกะกวัตต์ภายในปี 63 จากปัจจุบันที่เมื่อซื้อโรงไฟฟ้าของ SunEdison แล้วจะทำให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในไทยและญี่ปุ่นรวม 410 เมกะวัตต์ เป็นกำลังการผลิตที่เดินเครื่องแล้วราว 131 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าในไทย 118 เมกะวัตต์ และ SunEdison อีก 13 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับแรงหนุนหลังจากนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก กล่าวว่า สภาวะทางการเงินมีความตึงตัวอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. และเฟดจะต้องพิจารณาปัจจัยดังกล่าวในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนมี.ค. หากภาวะดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป การแสดงความเห็นของนายนายดัดลีย์เป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. หลังจากมีการคาดการณ์กันก่อนหน้านี้ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนดังกล่าวโดยคณะกรรมการเห็นว่านโยบายการเงินในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ผ่อนปรน และควรรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (policy space) รวมทั้งยังคงต้องระมัดระวังความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงิน จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้หุ้นเครดิต สวิส ร่วงลงหนักสุดในรอบหลายปี หลังจากธนาคารเปิดเผยผลประกอบการที่ย่ำแย่ ขณะที่หุ้นเดมเลอร์ ดิ่งลง 3.2% หลังจากบริษัทปรับลดแนวโน้มผลประกอบการราคาหุ้นของเครดิต สวิส ยังคงอยู่ในช่วงขาลง นับตั้งแต่ธนาคารเวลส์ ฟาร์โก ได้ออกมาปฏิเสธข่าวที่ว่าทางธนาคารกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อซื้อธุรกิจบางส่วนของเครดิต สวิส。

Political intrigue? Personal grudges? There’s a more basic cause for Alibaba’s ill fortune: The company threatens China’s monetary authority.

The Real Cause of China’s Alibaba Crackdown
Credit: Depositphotos

On August 23, the Central Commission for Discipline Inspection announced an anti-corruption investigation targeting Zhou Jiangyong, the party secretary of Hangzhou. Hangzhou is the city where the famous tech monolith Alibaba and its subsidiary Ant Group are headquartered, and Zhou’s fall is reportedly associated with scandals of his family members covertly holding a great amount of Ant Group’s shares.

The news certainly deals another blow to Alibaba’s already precarious position. Since the $37 billion IPO of Ant Group, predicted to be the largest IPO in the world if successful, was abruptly suspended by regulators last November, Alibaba and its founder Jack Ma have been continuously under enormous political pressure. Some observers attribute Alibaba’s current predicament to Ma’s defiant attacks on the financial regulators of China before the IPO. Others describe Alibaba’s experience more generally as an example of the crackdown on the private sector by the Chinese Communist Party, which is increasingly reasserting control over the economy.

However, very few have elaborated how exactly Alibaba and its mobile payment system, Alipay, might generate financial risks, and what specific problems they create for the regulators. Nor do many link Alibaba’s drama to another hot spot: the issuance of digital renminbi by the People’s Bank of China (PBOC). In fact, as this article will try to illustrate, the two stories are deeply related. The tension between Alibaba and the monetary authority of China lies in the nature of a privately operated mobile payment system.

In the early 2010s, Alipay, originally a payment processor that Alibaba created to facilitate online shopping transactions, grew into the largest mobile payment platform in the world, thanks to the widespread use of smartphones in China. Alipay significantly improves the efficiency and convenience of money transactions: People who put money in their Alipay accounts simply use their smartphones to scan each other’s QR code, and the transactions will be immediately processed, exempting them from the troubles of using cash or cards. If they want, they can also withdraw the money back to any bank account they choose to link with Alipay at any time. Gradually, people from all walks of life in China started using Alipay for their daily monetary transactions. In restaurants, shopping malls, or supermarkets, one can see Alipay’s QR code everywhere. It is no wonder that some exclaim that in China even beggars accept Alipay.

Behind the pervasive use of Alipay, however, is a thrillingly delicate financial arrangement. In China, the fiat currency is renminbi (RMB), whose supply is exclusively controlled by PBOC. Things become a little different if a person puts RMB in her Alipay account and uses it for transactions. When this person scans the QR code and transfers a set number to another Alipay account, she has every reason to believe that she is using RMB – but she is not. Instead, Alipay users are transferring a currency issued by Alibaba, whose exchange rate with the RMB happens to be 1:1. What endorses this invisible currency and maintains the 1:1 exchange rate is Alibaba’s own RMB reserves.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

If this sounds confusing, then just imagine the most extreme scenario – if Alibaba goes bankrupt. The numbers in an Alipay account would be worth nothing. Users would not be able to convert those numbers back to RMB, unless the government intervenes.

To those familiar with monetary theories, this should come as no surprise. They would say that the numbers in an Alipay account constitute what economists call “checkable deposits,” which are part of the monetary supply that any normal commercial bank can influence. Therefore, they do not distinguish using Alipay from swiping a debit card issued by a bank, except the former requires a QR code while the latter a POS machine. This argument may be true in theory, but three problems complicate the situation of Alipay in reality.

The first, and the most obvious, problem is that Alibaba is not a commercial bank, and therefore not covered by the conventional regulatory system that applies to banking. While a commercial bank must face scrutiny by the central bank and other financial regulators –for example, regularly reporting its reserves – Alibaba as a tech company is free from such supervision. Hence, by managing a mobile payment system without much constraint, Alibaba has gained a dangerous privilege in the financial system. The central bank is understandably concerned about it. What if Alibaba began to manipulate its currency through the Alipay system by, for instance, boosting some people’s Alipay accounts to curry favor with them? The numbers can be created out of thin air without being backed by real RMB, but they have real purchasing power. China’s regulators would not be able to detect or stop such irregularities in time.

The second problem, not surprisingly, is Alipay’s extreme popularity. PBOC must be ill at ease with the massive use of a private mobile payment system. After all, how can the monetary authority uses its policies to effectively maintain financial and economic stability if the majority of grassroot transactions in China take place through a non-RMB currency? It is totally foreseeable that, left unchecked, the business of Alipay will continue to grow, and one day the central bank might need Alibaba’s support or even approval in order to achieve its monetary policy objectives. PBOC cannot tolerate such a possibility.

The third problem, unique in the context of China, is that Alibaba is not state-owned. The Chinese government has much weaker control over tech companies like Alibaba than over financial institutes such as the “Big Five” banks. What makes things worse is that Alibaba has gone public in the United States, so any global investor can become a shareholder of Alibaba and therefore (in theory, at least) have a say in the operation of the company. Through this mechanism, it is possible for foreign powers to influence the Alipay system. There is no doubt that Chinese financial regulators are growing more vigilant about such risks as the political relationship between China and the United States keeps deteriorating.

PBOC is aware of these problems, but it does not have the option of rolling back the already full-fledged mobile payment. Using mobile payment has already become a business norm in China, and reversing it would likely inflict substantial pain on the economy and cause unnecessary panic. So how can PBOC encounter the financial risks of mobile payment while simultaneously leave its benefits intact? An intuitive solution emerges: PBOC should issue and promote its own mobile payment system.

Thus, it is no coincidence that China, as the largest market of mobile payments, also becomes the first major economy in the world to implement a digital sovereign currency. Publicly, the central bank always depicted the issuance of the digital RMB as a preemptive move against the surging popularity of foreign digital currencies such as Bitcoin. However, according to people familiar with the matter from the state-owned banks authorized to promote digital RMB, a clear goal of PBOC was to weaken the oligarchy status of private mobile payments in the market. However, to the surprise of many, PBOC eventually chose to incorporate Alipay as one of the issuance platforms. By turning competition into integration, PBOC is obviously attempting to merge private mobile payments into its own system and effectively regain control over monetary supply.

While PBOC is trying a market-friendly solution, Alibaba and its leader’s own words and deeds turned things into a bad direction. It is widely reported that Alibaba refused to share customer information with the government, an uncooperative attitude that would certainly be interpreted by the monetary authority as arrogant and threatening. In addition, as already noted, Jack Ma publicly accused the Chinese government of overregulation over the financial sector, tempting PBOC to impose some real regulations. All these developments worsened the innate conflict between Alibaba and PBOC, which finally boiled over when Alibaba wanted to further consolidate its grip on the financial sector by through Ant Group’s IPO.

Now the political wind is against Alibaba and will continue to be so. No matter how much ground Alibaba concedes, the inherent tension between a private mobile payment system and a public monetary authority does not easily go away. As long as PBOC pushes forward its digital RMB, Alipay, as well as other private mobile payments, will have no choice but to be integrated into one state-controlled mobile payment system. What remains to be seen is just how painful that transition will be.