The Pulse | Society | South Asia

lucky emperor casino: Rampaging COVID-19 Cases Expose Flaws in Kerala’s Healthcare Model

แฉ บา คา ร่า,ข่าวบวกข้างต้น ถึงเป็นสัญญาณที่ดี ที่บ่งบอกว่าแรงกดดันจากต่างประเทศต่อรัฐบาลไทย เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น การผ่อนผันเวลาแก้ปัญหาดังกล่าว ทำให้ความเสี่ยงที่ไทยจะถูกใบแดงจนนำไปสู่การระงับนำเข้าอาหารทะเลจากไทยของ EU มีน้อยลง ถือเป็นบวกต่อ TUF สรุปหุ้นโดนขายชอร์ตหนัก ประจำวันที่ 21 ก.ย.58,ทั้งนี้แนวโน้มราคาทองคำ คาดว่า จะปรับตัวขึ้นได้ต่อจากได้รับผลบวกจากการที่เฟดไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากความกังวลในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเป็นปัจจัยหลักที่กดดันต่อราคาทองคำในปีนี้ ราคาทองคำมีแนวต้านที่ 1,135 และ 1,145 ดอลลาร์/ออนซ์ ตามลำดับ ขณะที่มีแนวรับระยะสั้นที่ 1,115 ดอลลาร์/ออนซ์、slots that pay real money、รอรอบใหม่ รมว.คลัง เผย การที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ ธ.กลางสหรัฐ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยมองดีกับทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้น โดยจะเป็นผลดีกับประเทศที่กำลังพัฒนา เนื่องจากมีหลายฝ่ายคาดหากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สูงขึ้นและทำให้เงินทุนไหลออก ส่วนผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวว่าคงจะมีผลกระทบรุนแรงเพราะแนวโน้ม FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ย เพียงแต่ว่าจะปรับขึ้นในช่วงเวลาใดเท่านั้น ,อีกทั้งในปี 59 บริษัทจะมีการซื้อโรงพยาบาลในประเทศเพิ่มเข้ามาอีก 3 แห่ง เพื่อให้ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และจะส่งผลให้รายได้ในปี 60 จะมีการเติบโตขึ้นก้าวกระโดดด้วย เพราะธุรกิจโรงพยาบาลใหม่เริ่มมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยว่า ในเดือนส.ค. 58 ส่งออกรถยนต์ได้ 101,982 คัน เพิ่มขึ้น 13.88% จากเดือนส.ค.57 เนื่องจากมีการส่งออกรถกระบะรุ่นใหม่และการส่งออกรถอีโคคาร์ยังเติบโตดี โดยมีมูลค่าการส่งออก 52,859 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดพุ่ง 1.89% ขานรับปธน.จีนเยือนสหรัฐ。 GRAMMY คาดปีนี้ขาดทุนลดลงจาก 2.3 พันลบ. ในปีก่อน ฟุ้งปี 59 มีลุ้นพลิกกำไรรอรอบใหม่ รมว.คลัง เผย การที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ ธ.กลางสหรัฐ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยมองดีกับทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้น โดยจะเป็นผลดีกับประเทศที่กำลังพัฒนา เนื่องจากมีหลายฝ่ายคาดหากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สูงขึ้นและทำให้เงินทุนไหลออก ส่วนผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวว่าคงจะมีผลกระทบรุนแรงเพราะแนวโน้ม FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ย เพียงแต่ว่าจะปรับขึ้นในช่วงเวลาใดเท่านั้นดอลลาร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเกือบ 0% หลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินเป็นเวลา 2 วันเมื่อวันพฤหัสบดี เนื่องจากไม่มีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในวันศุกร์ เทรดเดอร์จึงให้ความสำคัญกับการตีความหมายแถลงการณ์ของเฟดทั้งนี้ ธนาคารได้มียอดหนี้รวมแก่บริษัทและบริษัทย่อยในประเทศอังกฤษ รวม 22,908 ล้านบาท โดย ณ 30 มิถุนายน 2558 ธนาคารได้มีการตั้งสำรองสำหรับยอดหนี้ที่ให้แก่บริษัทย่อยในประเทศอังกฤษ ครบถ้วนเต็มจำนวน “วิวัฒน์ วิฑูรย์เธียร” เทขายหุ้น ACAP เกือบเกลี้ยงพอร์ต ตลาดหุ้นเกิดใหม่ปิดบวกวันนี้ รับมติเฟดตรึงดอกเบี้ยTIPCO ราคาแกว่งออกข้างสร้างกรอบสามเหลี่ยม โดยมาทรงตัวเกาะกลุ่มเส้นค่าเฉลี่ยที่ออกตัวกันอยู่ และเริ่มดีดตัวแรงผ่านเส้นกดระยะสั้น ขณะที่ DI+ พลิกเหนือ DI- และฉีกตัวออกห่างมากขึ้นสนับสนุนแนวโน้มที่ราคาจะเข้าทดสอบหรือทะลุขอบบนออกจากกรอบ,ดัชนี MSCI Asia Pacific ไม่รวมญี่ปุ่น เคลื่อนไหวเล็กน้อยเมื่อเวลาประมาณ 8.00 น.ตามเวลาฮ่องกง ตลาดหุ้นไทยอ่อนตัวลงตามบรรยากาศลงทุนเชิงลบของภูมิภาค ขณะที่วอลุ่มการซื้อขายเบาบาง。

เหมือนกับการลงทุนในหุ้น WAVE หรือ บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งผ่านพ้นช่วงที่มีข่าวดีเข้ามาหนุนสุดตัวไปแล้ว ย่อมทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เบนเข็มไปหาหุ้นตัวอื่นที่มีเข้าดีใหม่ๆ เข้ามารองรับเป็นการทดแทน และทำให้หุ้นตัวนี้ไม่เป็นที่กล่าวถึงอีกต่อไปประเมินดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อ จากเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอหลังดัชนีความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับแรงกดดันจากเม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติที่คาดว่ายังคงไหลออก หลังค่าเงินบาทเริ่มกลับมาอ่อนค่าในช่วงเช้า มองแนวรับที่ระดับ 1,372 จุด แนะนำเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มพลังงานทดแทนจากความคืบหน้าของ Solar Farm หน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตรโดยสืบเนื่องจากกรณีประเด็นข่าวของ SSI ที่ต้องปิดโรงงานถลุงเหล็กในประเทศอังกฤษ ซึ่งมีผลต่อเจ้าหนี้ที่ปล่อยกู้รายใหญ่ 3 ราย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ,ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) KTB และบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCOอนึ่ง ยอดหนี้รวมของ SSI และบริษัทย่อยในประเทศอังกฤษคิดจากจำนวนเงินรวมกันกว่า 22,000 ล้านบาท สำหรับเงินกู้ที่ให้แก่บริษัทย่อยในประเทศอังกฤษนั้นจะมีการตั้งสำรองเต็มจำนวนโดยอยู่บนสมมุติฐานว่าหลักประกันที่มีอยู่จะถูกตีมูลค่าเป็นศูนย์ ในขณะที่ SSI ในฐานะบริษัทแม่ในประเทศไทยจะถูกตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนถึงการลดลงในมูลค่าหลักประกันที่มีอยู่เนื่องจากบริษัทเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู ทั้งนี้ การตั้งสำรองหรือตัดหนี้สูญของ SSI และบริษัทในเครือจะมีกจำนวนรวมกันประมาณ 10,000 ถึง 11,000 ล้านบาท, ปลัดพลังงาน ยันไม่มีนโยบายสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทับสะแก,ทั้งนี้จะเห็นว่าแตกต่างจากการบริหารเชื้อเพลิงปกติประเภทกลุ่มน้ำมัน และก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG)ที่จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษเหล่านี้รอรอบใหม่ รมว.คลัง เผย การที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ ธ.กลางสหรัฐ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยมองดีกับทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้น โดยจะเป็นผลดีกับประเทศที่กำลังพัฒนา เนื่องจากมีหลายฝ่ายคาดหากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สูงขึ้นและทำให้เงินทุนไหลออก ส่วนผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวว่าคงจะมีผลกระทบรุนแรงเพราะแนวโน้ม FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ย เพียงแต่ว่าจะปรับขึ้นในช่วงเวลาใดเท่านั้นLong ตอนเช้ายังเปิดไม่ได้ รอเข้าใหม่ที่ 19,340 เป้าหมายทำกำไร 19,500 บาท ตัดขาดทุนหากหลุด 19,250 บาท,ทั้งนี้ สัญญาทองคำยังได้รับปัจจัยหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวลดลงอย่างมากภายหลังการประกาศของเฟด นักวิเคราะห์ระบุว่า โดยปกติดอลลาร์และราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่ตรงกันข้าม ซึ่งการอ่อนค่าของดอลลาร์ถือเป็นปัจจัยบวกต่อสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงทองคำที่ซื้อขายเป็นเงินสกุลดอลลาร์ เนื่องจากจะมีราคาลดลงสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่นๆ สำนักข่าวซินหัวรายงานตลาดภูมิภาคปรับตัวขึ้น [FBMKLCI -0.37%][HSI +0.42%][SSI +0.50%][Nikkei 225 -1.39%][TAIEX 0.20%] ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น แม้มีความกังวลเกี่ยวกับความล้มเหลวของมาตรการต่างๆที่ทางรัฐบาลจีนได้นำมาใช้เพื่อกระตุ้นตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ ภายหลังจากที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังได้รับปัจจัยบวกภายหลังธนาคารกลางสหรัฐมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.25% เฟดระบุว่า ถึงแม้ตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง แต่ความผันผวนในตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมา อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐ และมีแนวโน้มที่จะทำให้มีแรงกดดันในช่วงขาลงต่อเงินเฟ้อในระยะใกล้? BDMS มั่นใจรายได้ปีนี้โต 12% จากปีก่อน แย้มแผน 5 ปีลงทุนซื้อ รพ.เน้นเอเชียแปซิฟิคสำหรับช่องทีวีดิจิตอลของบริษัทมี 2 ช่อง ได้แก่ ช่อง ONE และ ช่อง GMM 25 โดยอัตราการใช้โฆษณาของ 2 ช่องในปัจจุบันเกือบ 100% ซึ่งสะท้อนได้ว่าได้รับความนิยมมากขึ้น และส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาเข้ามาอย่างต่อเนื่องทำให้เรทติ้งขยับขึ้น โดยช่อง One ณ สิ้นเดือน ก.ค. จากการจัดอันดับของ Nielsen อยู่ที่อันดับ 6 หากรวมช่อง 3 และช่อง 7 แต่ถ้าไม่รวมอยู่ที่อันดับ 4 ซึ่งบริษัทวางเป้าหมายอันดับเรทติ้งสิ้นปี 58 ของช่อง One ให้ติด 1 ใน 3 ส่วน GMM 25 อยู่ที่อันดับ 25 หากรวมช่อง 3 และช่อง 7 แต่ถ้าไม่รวมอยู่ที่ดันดับ 23 โดยบริษัทวางเป้าหมายอันดับเรทติ้งสิ้นปี 58 ของช่อง GMM 25 ให้ติด 10-15 TISCO ตั้งสำรองหนี้ SSI เพิ่ม 1.4-1.5 พันลบ. ใน Q3/58หุ้นฟรีพอร์ท-แมคโมแรน ซึ่งเป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดในโลกร่วงลง 9.7% หลังบะรุว่า บริษัทอาจจะออกหุ้นใหม่ในวงเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ ส่วนหุ้นลา ควินตา โฮลดิ้งส์ อิงค์ ซึ่งเป็นเครือข่ายโรงแรมขนาดใหญ่ร่วงลง 15% หลังประธานเจ้าหน้าที่บริหารซึ่งดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนานลาออกจากตำแหน่ง สำนักข่าวซินหัวรายงาน,ทั้งนี้ บริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้วรอเพียงแค่การเปิดประมูล และจะเดินหน้ารับงานใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการพลังงานทดแทน ที่ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ธุรกิจผลิตแผงโซลาร์เซล ก็เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ จึงมั่นใจได้ว่าปีนี้ธุรกิจเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้、www habesha sport bet、สิ่งที่ต้องกังวลคือในการซื้ออาหารแช่แข็งจากร้านหรือห้างสรรพสินค้า ที่ต้องนำกลับบ้านนั้น ผู้ซื้อควรจัดเตรียมกล่องหรือถุงที่สามารถเก็บความเย็นได้ เพื่อเก็บให้ผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งอยู่ในอุณหภูมิต่ำตลอดเวลา เมื่อกลับถึงบ้านก็ต้องรีบจัดเก็บในช่องแช่แข็งทันที。 นอกจากนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนาโนไฟแนนซ์จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเมื่อบริษัทฯได้รับอนุญาตจะเป็นการขยายช่องทางในการทำธุรกิจมากขึ้น อย่างไรก็ดี ในปีนี้การปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ น่าจะยังมีไม่มาก แต่น่าจะเห็นได้ชัดเจนขึ้นในปีหน้านอกจากนี้อาคาร เอสเจ อินฟินิท วัน บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ ตั้งอยู่บนทำเลศูนย์กลางธุรกิจ และชุมชนบริเวณจตุจักรใกล้ห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งเข้า-ออก ได้ทั้งทางวิภาวดี และพหลโยธิน และยังเป็นศูนย์รวมคมนาคมขนส่ง อาทิ BTS หมอชิต , MRT ลาดพร้าว และโครงการส่วนต่อขยายระบบขนส่งมวลชนต่างๆ BTS สายสีเขียวเข้ม (พหลโยธิน ลำลูกกา ) MRT (ดอนเมือง รังสิต ) เป็นต้นSET คาดว่า SET จะมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1,380-1,395 จุด ดัชนีเป็น แนวโน้มแกว่งตัว sideway。

While cases across India have declined after a devastating surge in April and May, the situation in Kerala remains serious.

Rampaging COVID-19 Cases Expose Flaws in Kerala’s Healthcare Model

People wearing masks wait to get vaccinated for COVID-19 outside a school in Kochi, Kerala state, India, Wednesday, September 1, 2021.

Credit: AP Photo/R S Iyer

With Kerala struggling to cope with a huge COVID-19 caseload and high test positivity rates (TPR), the once globally-acclaimed “Kerala model” for handling public health emergencies has come under scrutiny.

It was in Kerala in January 30, 2020 that India’s first case of COVID-19 was detected. By early May that year, it did seem that the outbreak had been contained when daily new infections in the southern Indian state fell to less than five. This was reportedly made possible by Kerala’s strategy of aggressive testing, tracing contacts of the infected, and isolating the infected and their contacts. The strategy of the Kerala government was hailed as the “Kerala model.”

Proponents of the “Kerala model” say its rudiments lie in the state’s Left Front government’s perspective of healthcare, which involves the allocation of huge resources to develop public health infrastructure, the devolution of power and funds to local bodies, and the use of community participation in overcoming the crisis. The proponents of “Kerala model” also give credit to health department officials who assiduously implemented the government strategy.

However, a year and four months later, the situation has changed through and through. Now Kerala is facing a perfect storm on the healthcare front. Almost 70 percent of the total COVID-19 positive cases reported in India by the end of August 2021 were from Kerala.

Besides, an equally dangerous contagion, Nipah, which haunted the state in 2018, has resurfaced at the northern Kerala city of Kozhikode, where it was also detected earlier. Despite claims of huge investment in infrastructure, the state doesn’t have a single laboratory boasting biosafety level 3 (BSL-3), which can test for Nipah virus infections.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Delayed second wave?

The alarming situation has raised questions about the efficacy of the “Kerala model.”

To pre-empt “unwarranted” questions, the Left Front government has already come up with a few explanations. Its spin doctors say that unlike in other states where the second wave began and ended early, in Kerala the second wave’s outbreak was delayed and is continuing.

Chief Minister Pinarayi Vijayan has raised another point. At a recent press conference, he cited a July 2021 sero-survey by the Indian Council of Medical Research, which revealed that while 68 percent of the Indian population has COVID-19 antibodies, only around 42 percent of people in Kerala have them. This means that community spread of COVID-19 didn’t happen in Kerala to the extent it did in other states because of the strict lockdown and implementation of social distancing and other COVID-19 protocols.

Vijayan also raised the usual defense of the Left government that pandemic surveillance is better in Kerala than in other states where it floundered, leading to a high number of cases.

However, a section of epidemiologists dismiss such arguments as baseless. Dr S. S. Lal, an internationally known public health expert and President of the Kerala unit of the All-India Professionals’ Congress wonders if there is any yardstick to clearly demarcate the present surge of COVID-19 cases in Kerala as a second wave. He notes that the number of COVID-19 tests conducted by the state was low earlier and so the number of confirmed cases was low. The tests have increased since May 2021. Subsequently, there has been a spike in the number of cases confirmed as COVID-19 positive, he adds.

It is also pointed out that while almost 70 percent of the COVID-19 tests conducted in Kerala are antigen tests, which are considered less credible, the majority of tests conducted by other Indian states are Real-Time Reverse Transcription Polymerase Chain Reaction (RT-PCR) tests considered much more reliable.

On the COVID-19 deaths in Kerala, Lal points out that the data has been fudged and there has been under-reporting. An expert panel appointed by the Kerala government in August 2020 had also found that the state was under-counting deaths and the real COVID-19 deaths could be up by at least 50 percent.

Steady and gradual rise in caseload

The spread of the COVID-19 pandemic in Kerala, which began after three students returning from Wuhan in China were found infected on January 30, was steady and gradual. It did not show distinct phases. The number of daily confirmed cases in February, March, and April 2020 was usually less than 10, and on some days between 10 and 20.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In early May, the number of daily cases dropped to around two. The Kerala government and its supporters went overboard, declaring the first wave to be over and claiming to have flattened the curve. That is the story of the presumed first wave of COVID-19 in Kerala.

However, the euphoria was short-lived.

On May 20, Kerala reported 24 COVID-19 positive cases and since then the number of cases has risen steadily. By July, the daily caseload ran into hundreds. Though the total number of confirmed cases was still not alarming, the recovery rate was less than the national average recovery rate of 50 percent. COVID-19 tests in the state were conspicuously low during the period. When Kerala conducted less than 20,000 tests daily, the other southern states of Andhra Pradesh, Tamil Nadu, and Karnataka were carrying out 45,000, 55,000, and 30,000 tests, respectively. The test positivity rates in Kerala were less than the national average of over 10 till August 2020. In September, while the national average TPR came down, Kerala’s TPR shot up and has remained high ever since.

Impact of elections

In December 2020, elections to local bodies were held in Kerala. It was an inflection point. Thousands of candidates and hundreds of thousands of political workers crisscrossed the state as part of the campaign, paying scant regard to COVID-19 protocols. Subsequently, the daily caseload went through the roof. The situation got out of control in the months that followed. Then came the elections to the Kerala State Assembly in April of this year. Once against COVID-19 protocols were ignored, pushing the state into a catastrophe from which it is yet to recover.

Currently, while India as a whole has recovered more or less from the COVID-19 catastrophe, the number of daily infections reported from Kerala remains high. Nobody speaks much about the once-vaunted “Kerala model.”

An honest review of the model reveals that the widely publicized advantages of the strategy were based on wishful thinking, and that the goals of the government’s COVID-19 containment strategy have never been sincerely implemented. Testing was low, the number of infected rose slowly over a period of more than a year, protocols were not implemented seriously and sincerely, and healthcare infrastructure was poor and crumbled under pressure.

Shortages of ICU beds, ambulances, and proper care were reported from across the state during October and November 2020. The Kerala unit of the Indian Medical Association issued a press release on lack of basic infrastructure in the healthcare sector on October 5. However, things improved on that front thereafter, following corrective steps by the authorities.

Kerala’s staggering COVID-19 caseload is the result of policy failure. Though the Left always emphasizes the uniqueness of Kerala, its COVID-19 mitigation policy has not taken into account the state’s actual uniqueness, like its huge population density, the nature of social life, and the very high mobility of its people. Implementation of social distancing norms at marriage ceremonies, examinations, and in public transport was also poor.

However, there is light at the end of the tunnel. Around 75 percent of the state’s population that is eligible for the COVID-19 vaccine has now received at least one dose. According to the Kerala government, the COVID-19 fatality rate in Kerala is a low 0.51 against the Indian average of 1.34. However, not everyone accepts this figure.