The Pulse | Economy | South Asia

สล็อต 10 รับ 100 วอ ล เล็ ต 1️⃣2021: Gender Responsive Budgeting Amid the COVID-19 Pandemic in India

เงินฟรี gclub ฟรีเครดิต 2019,แนะนำซื้อ TTCL โดยมีแนวรับที่ 15.90 และ 15.80 และมีแนวต้านที่ 16.80 และ 17.00 เป็นจุดขายทำกำไรรางวัลเลขท้ายสามตัว คือ 309 และ 535 รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2558 ของญี่ปุ่น หดตัวลง 1.4% หลังจากที่ขยายตัว 1.3% ในไตรมาส 3 โดยสาเหตุที่ทำให้ GDP ไตรมาส 4 หดตัวลงนั้น มาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง ท่ามกลางสภาพอากาศที่อุ่นผิดปกติ รวมทั้งค่าแรงที่ขยายตัวช้าลงซื้อเล่นรอบกลาง-สั้นๆรอ Follow Buy เหนือ 62.00 บาทเพื่อเล่นสั้น"AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,236.31 ล้านบาท ปิดที่ 380.00 บาท เพิ่มขึ้น 11.00 บาท"、IVL ปิด 20.80 บาท +0.70 บาท (+3.48%)SET50 Index Futures: การต่อ High ของกรอบบ่ายนี้จะยังไม่พ้นแนวต้าน 818-820 จุด บริเวณนี้ ระดับ ชม. มีโอกาสถูกถ่วงจากแรงขายทำกำไรมากขึ้น และมีโอกาสจะเห็นย่อทดสอบแนวรับ 810 จุด และ 807 จุดได้ รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2558 ของญี่ปุ่น หดตัวลง 1.4% หลังจากที่ขยายตัว 1.3% ในไตรมาส 3 โดยสาเหตุที่ทำให้ GDP ไตรมาส 4 หดตัวลงนั้น มาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง ท่ามกลางสภาพอากาศที่อุ่นผิดปกติ รวมทั้งค่าแรงที่ขยายตัวช้าลง GL ปิดตลาดพุ่ง 6.92% หลังประกาศงบปี 58 สวยหรู,S50H16 / ราคาปิด 814.70 จุด เปลี่ยนแปลง +7.00 จุดราคาค่อยๆ ซึมตัวลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นต้นทุนเฉลี่ยระดับต่างๆ อีกครั้ง ขณะที่ Indicators ต่างๆ ก็ฟอร์มตัวอ่อนแอ ทำให้มีแนวโน้มที่จะไหลลงหาแนวรับต่างๆ ก่อนได้ จึงแนะนำยืมหุ้น short เพื่อรอซื้อคืนทำกำไรที่แนวรับ โดยใช้แนวต้านเป็นเกณฑ์ในการซื้อกลับตัดขาดทุน ถ้าราคาวิ่งขึ้นสูงกว่าได้ด้านการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ ตลาดทั่วโลกเริ่มมีมุมมองว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการเทขายหุ้นมากเกินไปหรือเปล่า หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีขึ้น และสถานการณ์ธนาคารในยุโรปเริ่มคลี่คลาย ทำให้น่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามา แต่ผู้ลงทุนยังคงต้องระมัดระวังการลงทุน โดยกลยุทธ์การลงทุนยังคงให้น้ำหนักกับการลงทุนในหุ้นที่มีปันผลดี พื้นฐานดี และ Valuations ถูกไว้ก่อน และเน้นหุ้นที่มี Theme และมีเรื่องราวเฉพาะ เช่น หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล และหุ้นรับเหมาก่อสร้างที่จะได้ประโยชน์จากโครงการภาครัฐสำหรับสินค้าที่เป็นไฮไลท์ของบริษัทคือ เครื่องกรองน้ำ SAFE รุ่น ROMA Alkaline Plus ที่กรองน้ำด้วยระบบ Reverse Osmosis (RO) มีการเสริมแร่ธาตุและมีสภาพเป็นด่างอ่อน ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถใช้ได้กับน้ำที่ได้รับการบำบัดเบื้องต้นแล้วทุกสภาพ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำกร่อย หรือพื้นที่ที่น้ำประปาหมู่บ้านที่เป็นน้ำบาดาล ซึ่งปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าต่างจังหวัดเป็นจำนวนมากโดย MINT ได้ร่วมลงทุนจัดตั้งบริษัทใหม่ คือบริษัท PT. Wika Realty Minor Development โดยมีโครงสร้างการถือหุ้น MHG International Holding (Singapore) Pte. Limited ร้อยละ 50 และ PT. Wijaya Karya Realty ร้อยละ 50,SET Index: แนวโน้มขึ้นทดสอบ 1,300 และ 1,330 คำค้นADVANCINTUCHMCSPSSC บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320ขณะที่ ปตท.ยังมีแผนจะซื้อ LNG จาก Shell Eastern Trading (PTE) LTD และ บริษัท BP Singapore PTE. Limited ซึ่งเป็นสัญญาระยะยาวในปริมาณรายละ 1 ล้านตัน/ปี รวม 2 ล้านตัน/ปี โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ได้เห็นชอบร่างสัญญาซื้อขาย LNG ดังกล่าวแล้ว แต่ปัจจุบันยังรอการอนุมัติจากภาครัฐอย่างเป็นทางการก่อนที่จะมีการลงนามสัญญากัน แต่ด้วยความต้องการใช้ที่ยังไม่มากนักและราคา spot ที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ปตท.จะเจรจากับ BP และกลุ่มเชลล์เพื่อขอชะลอการรับ LNG ออกไปก่อนจากเดิมที่จะนำเข้าในปีนี้ TFEX คาดวอลุ่ม RSS3 ช่วงแรกไม่คึกคัก เล็งเพิ่มโบรกฯ-ผู้ดูแลสภาพคล่องสัญญาน้ำมันดิบอ่อนแรงลงหลังจากนายโมฮัมหมัด บิน ซาเลห์ อัล-ซาดา รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์กล่าวเมื่อวานนี้ว่า ซาอุดิอาระเบีย, รัสเซีย, กาตาร์ และเวเนซูเอล่า เห็นพ้องเรื่องการตรึงกำลังการผลิตน้ำมันในการเจรจาที่จัดขึ้นที่ประเทศกาตาร์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะขึ้นอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆจะต้องปฏิบัติตามด้วย。

บล.เอเชีย เวลท์ คาด SET ปรับขึ้นหลังคลายกังวลศก. แนะลงทุนหุ้นมีโอกาสทำกำไรสูงด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในแดนบวก แต่มีบางตลาดฯที่ลดช่วงบวกลงไป ส่วนตลาดในยุโรปที่เทรดในช่วงบ่ายนี้อยู่ในแดนบวกเล็กน้อย ซึ่งดูแล้วเป็นลักษณะของ wait see มากกว่า ขณะที่งบลงทุนอีกกว่า 7 หมื่นล้านบาทจะใช้รองรับการลงทุนธุรกิจใหม่ด้านบริการที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพโรงแยกก๊าซฯ ระบบโครงข่ายท่อก๊าซฯย่อย แต่สิ่งสำคัญหลักคือการลงทุนคลัง LNG แห่งที่ 2 ขนาด 7.5 ล้านตัน/ปี เบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือกับภาครัฐถึงรายละเอียดและการจัดทำโครงการ เห็นว่าควรจะก่อสร้างในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง เช่นเดียวกับคลัง LNG แห่งแรก เพราะจะเป็นพื้นที่ที่สามารถบริหารจัดการก๊าซฯได้ดีที่สุด โดยโครงการจะต้องเร่งดำเนินการให้เร็ว เพราะการก่อสร้างจะใช้เวลา 6-7 ปี ขณะที่ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว ปี 58-79 (PDP 2015) จะมีโรงไฟฟ้าจากก๊าซฯเข้าระบบเพิ่มเติมในปี 64-65 ซึ่งทำให้ความต้องการ LNG ในช่วงนั้นจะเกิดระดับ 10 ล้านตัน/ปีแล้วแนวต้าน : 4.16 และ 4.20ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงทำให้มีผลขาดทุนจากสต็อกผลิตภัณฑ์รวม แต่เนื่องจากการบริหารความเสี่ยงที่ดีทำให้ในปี 58 มีผลขาดทุนจากสต็อกฯรวมเพียง 957 ล้านบาท ตัวล่าสุดที่มีโอกาสจะรับรู้รายได้คือโรงไฟฟ้า 23 mw ที่ญีปุ่น คาดว่าจะเป็นตัวสร้างรายได้บานตะไท และ EPCO ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนเมือเพิ่มปริมาณโรงไฟฟ้า เพราะใช้บริษัทลูกถือหุ้นโรงไฟฟ้านั่นเอง จึงไร้ความกังวลเรื่อง dilution และที่สำคัญคือบริษัทลูกนี้เองจะเข้าจดทะเบียนในตลาดปีนี้,ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ทางการสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนก.พ. ส่วนในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ จะมีการเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน-การอนุญาตก่อสร้างเดือนม.ค., ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรม-อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนม.ค. และรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ประจำวันที่ 26.27 ม.ค. วันนี้บาทแกว่งตัวในกรอบหลังปรับตัวอ่อนค่ามามาก ตลาดยังรอปัจจัยใหม่เข้ามา นักบริหารเงินกล่าว ขณะที่ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 35.55-35.65 บาท/ดอลลาร์,ด้านนายสมพล เอกธีรจิตต์ กรรมการผู้จัดการ ของ LIT เปิดเผยว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินนี้ (โครงการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนคู่ค้า หรือ LIT-Supplier Finance) เป็นการตอกย้ำเป้าหมายของ ลีซ อิท ในการไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มาใช้บริการสินเชื่อให้ครบวงจรมากขึ้น, ทดสอบ High หลังเปิดตลาดตอนเช้าไปได้สักระยะ แล้วพอไม่ผ่าน 35.70 ก็ลงมาตลอด แต่ก็อ่อนค่ากลับขึ้นมาได้ ส่วนประเด็นตัวเลขเศรษฐกิจที่สภาพัฒน์รายงานไม่มีผลอะไรต่อค่าเงินบาท เพราะเป็นไปตามที่คาดการณ์กันอยู่แล้ว นักบริหารเงินกล่าว TFEX คาดวอลุ่ม RSS3 ช่วงแรกไม่คึกคัก เล็งเพิ่มโบรกฯ-ผู้ดูแลสภาพคล่อง KKP พุ่งกว่า 5% ลุ้นทะลุแนวต้าน 42 บาท ลุ้นสินเชื่อรวมปีนี้โตก้าวกระโดดแนะนำซื้อ PTTEP โดยมีแนวรับที่ 61.00 และ 60.50 และมีแนวต้านที่ 63.00 และ 65.00 เป็นจุดขายทำกำไร อบวุ้นเส้นอย่างไรให้ความยั่งยืน เป็นโครงการจากกลุ่มธุรกิจอาหารสำเร็จรูปที่ได้รับรางวัล ระดับ i2 ประเภท สร้างสิ่งใหม่ โดยมีแนวคิดที่ต้องการผลิตอาหารที่เป็น Food destination ที่ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้ทั้งมื้อหลักและมื้อรอง ที่เป็นเมนูระดับภัตตาคาร จึงเป็นที่มาของเมนูกุ้งอบวุ้นเส้น โดยทางทีมได้มีการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เริ่มตั้งแต่วุ้นเส้นที่มีความเหนียวนุ่ม และการคัดเลือกกุ้งคุณภาพดี รสชาติหวาน เนื้อสัมผัสดี นอกจากนี้ยังมีการนำเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้บรรจุสินค้าโดยใช้เครื่อง Microwave work station เพื่อยืนยันผลการออกแบบการบรรจุ และหาเวลาที่ทำให้วุ้นเส้นและกุ้งมีความอร่อยสูงสุด ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่มีความชื่นชอบ ทำให้บริษัทสามารถนำวัตถุดิบกุ้งมาใช้ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนสำหรับดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 100.8 โดยปรับตัวลดลงจาก 102.7 ในเดือนธ.ค.58 โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการใน 3 เดือนข้างหน้า ได้แก่ ความกังวลต่อตลาดการเงินโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งการชะลอตัวของการบริโภคในประเทศ และปัญหาเงินทุนหมุนเวียนในกิจการโดยเฉพาะ SMEs อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีฯ ยังมีค่าเกิน 100 แสดงว่าผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินกิจการในอีก 3 เดือนข้างหน้าทั้งนี้ ปัจจัยที่คาดว่าส่งผลให้ราคาหุ้นมีการปรับตัวขึ้น เนื่องจากวานนี้ (15 ก.พ.) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังรับฟังแนวทางการทำงานของ THAI ว่าได้มอบนโยบายในแนวทางการทำงานหลังจากนี้ต่อไป ซึ่งการบินไทยได้มีการรายงานตัวเลขผลการดำเนินงาน ซึ่งทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดีขึ้น สามารถหยุดยั้งการขาดทุนของการบินไทยได้ โดยมองว่าผลประกอบการของการบินไทยได้ผ่านช่วงจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะเริ่ม Take Off โดยคาดว่าการบินไทยจะมีกำไรจากนี้ไปอีก 5-10 ปีข้างหน้า GCAP ตั้งเป้าสินเชื่อรวมปีนี้โตกว่า 50% เล็งหาพันธมิตรคู่ค้ารายใหม่โดย BOJ ได้เริ่มบังคับใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบในวันนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะจัดการกับภาวะเงินฝืด ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงขาลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก、MTL มีระดับเงินกองทุนอยู่ในระดับแข็งแกร่ง ( Strong ) ตามการประมาณการของ Prism Factor-Based Capital Model (Prism FBM) ซึ่งเป็นแบบจำลองของฟิทช์ที่ใช้ประเมินระดับความแข็งแกร่งในด้านเงินกองทุน ซึ่งพิจารณาจากข้อมูลการดำเนินงานของ MTL ณ สิ้นไตรมาส 3 ของปี 2558 อย่างไรก็ตาม ระดับเงินกองทุนของบริษัทตามการประมาณการของ Prism FBM ปรับตัวอ่อนแอลงหนึ่งระดับจากเดิมที่ระดับแข็งแกร่งมาก ( Very Strong ) ซึ่งเป็นการพิจารณาจากข้อมูลการดำเนินงานของ MTL ณ สิ้นปี 2557 โดยที่สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินประกันชีวิตเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงการกู้เงินเพื่อการลงทุนจากแหล่งเงินกู้ในประเทศและต่างประเทศ จำนวน 6,784.83 ล้านบาท มีรายการดังนี้,20.60 20.40SET ปิด 1,288.40 +11.91STOP LOSS สถานะ Short ถ้า THAIH16 ปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุผ่าน 11.00 ขึ้นไป 。

The pandemic exacerbated pre-existing economic inequalities within India’s patriarchal society.

Gender Responsive Budgeting Amid the COVID-19 Pandemic in India

Women stand in a queue to receive the vaccine for COVID-19 in Khola Bhuyan village on the outskirts of Gauhati, India, Tuesday, September 7, 2021.

Credit: AP Photo/Anupam Nath

The concept of Gender Responsive Budgeting (GRB) gained widespread popularity in the early 20th century when budgets began to be regarded as a significant fiscal innovation tool to achieve gender equality. Since then, more than 80 countries have adopted some variant of gender budgeting. This list includes India, where in the past 16 years, finance ministers — ranging from Palaniappan Chidambaran to Nirmala Sitharam — have all promised to improve women’s welfare through higher and more gender-focused government expenditures.?

But today, with the outbreak of the COVID-19 pandemic — which has exacerbated pre-existing economic inequalities within India’s patriarchal society — rigorous and concentrated GRB efforts are needed more than ever. The GRB process could, in fact, help governments identify gender needs, allocate resources to programs by applying a gender lens, and prioritize gender-specific outcomes. Given this context, it becomes important to understand how useful past Indian gender budgets have proven to be and analyze whether India’s first pandemic gender budget (2021-2022) will be able to facilitate a gender sensitive economic recovery in the face of the current crisis.

The GRB Process

In order to ensure that public resources are spent in a way that bridges systemic inequalities between men and women, the government of India institutionalized GRB as a part of the 2005-2006 Union Budget. From then onward, many subnational governments have also adopted the practice of gender budgeting.?

In fact, according to the Ministry of Women and Child Development, 16 states and two union territories were exercising GRB as of October 2015. This state-level budgeting is, however, not included in the union gender budget statement and hence, an analysis of the allocation and their proportions to the total budget continues to remain limited.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Nevertheless, over the last 16 years, India’s gender budget has witnessed a six-fold increase in absolute terms, growing from 242.4 billion Indian rupees ($3.3 billion) in 2005-2006 to 1.4 trillion rupees in 2020-2021. Despite this achievement, the amount allocated toward women’s welfare has stagnated somewhat between 4.3 percent and 5.9 percent in the last 13 years, with the proportion of funds dipping to less than 5 percent of the total budget in the last five years.

An in-depth analysis, however, not only reveals a lack of deviation in the government’s spending pattern but also inherent shortcomings in India’s approach to GRB. To begin with, the gender budget statement has been divided into two parts: Part A reflects schemes with 100 percent allocation for women, such as the maternity benefit scheme or widow pension scheme; and Part B entails schemes with nearly 30 percent of funds allocated for women, such as the rural livelihood mission and mid-day meals program.?

Since its inception, schemes that partly benefit women have continued to dominate the gender budget, with allocations under Part B accounting for at least two-thirds of the total gender budget. This essentially means that women in India have remained deprived of schemes that are entirely targeted toward their development and have therefore only partially benefited from the introduction of the gender budget statement.

Meanwhile, the gender budget is a summation of funds allocated by different ministries toward the goal of women’s empowerment but in doing so, it has also ended up omitting several schemes that are actually beneficial for women. For instance, despite the guidelines of Jal Jeevan Mission — a scheme aimed at providing rural households with tap connections — stating that it will particularly improve the quality of life for women, the Department of Water and Sanitation has not reported any part of the allocation under the gender budget.?

In fact, despite growing gender awareness in India over the past several years, just five government ministries and departments have cornered nearly half of the total gender budget allocations in the last three years. These include the Ministry of Rural Development, Ministry of Women and Child Development, Ministry of Agriculture, Ministry of Health and Family Welfare, and Ministry of Human Resource Development.?

Such routine omission of schemes and women-led-programs, along with several government departments standing clear from the gender budget, continue to pose severe disadvantages for women in India, limiting the facilitation of an equitable access of resources and services for all. This is particularly concerning as India has lots of ground to cover with regards to its gender equality goals. India, in fact, slipped from 108th position among 153 countries in the World Economic Forum’s Global Gender Gap Index 2018 to 112th in 2020.

In light of these limitations and weaknesses, it would be fair to state that India’s GRB process has resulted in a lack of outcome-oriented budgeting. Some experts believe that government ministries and departments in India have merely reduced GRB to an aggregation exercise, with the central goal of achieving gender parity often taking a back seat.?

Pandemic Gender Budget: Beneficial or Not??

Despite emerging evidence about the disproportionate impact of COVID-19 on women and young girls, India’s first pandemic gender budget has continued to follow the worrying historical trends.?

In fact, the gender budget outlay in the Union Budget 2021-22 was cut by 26 percent, plummeting from 2.1 trillion rupees in 2020-21 (revised estimate) to 1.5 trillion rupees in 2021-22 (budget estimate). It therefore, accounts for merely 4.4 percent of the total budgetary expenditure and 0.7 percent of GDP.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This essentially means that like the previous gender budgets, the overall quantum of the 2021-22 gender budget continues to remain below 5 percent of the total expenditure that has been laid out in the union budget and comprises less than 1 percent of GDP. These allocations are particularly disappointing for a time when economic activities have reduced to a bare minimum, with women standing at the forefront of layoffs, job losses, and wage cuts.

Besides, the GRB 2021-22 has remained concentrated within a few ministries and traditional schemes or programs, where only 34 of more than 70 central ministries and departments have reported some kind of allocations. Yet, the same five ministries that dominated the former gender budgets have received 87 percent of the allocations even in the current financial year. For an effective and adequate mainstreaming of gender concerns, all ministries and departments should receive some amount of funding.

Additionally, barring the Ministry of Women and Child Development, the gender budget remains only 30-40 percent of these ministries’ overall allocations. Therefore, even for government ministries that do entail a preponderant share of the gender budget, expenditure on women’s needs remains a small proportion.?

What is more concerning is the fact that new priority areas that have emerged in the wake of the pandemic — including digital literacy, domestic violence, skill training, and more — have only received 2 percent of the budget allocation in 2021-22. And, as per the United Nations, these are some of the key short-terms priorities that need government action not only to reduce the disproportionate burden of the pandemic on women’s shoulders but also to bring about the gender-sensitive social and economic recovery of a country.

Consequently, owing to the above-mentioned inadequacies, the current budgetary provisions as specified in the Union Budget 2021-22 may turn out to be incompetent to tackle the mounting problems of job losses faced by women, the high drop out rates of young girls, increasing gender-based violence, and so on.

The GRB process in India has clearly been marred by various limitations that often result in suboptimal outcomes, with gender inequality remaining rife in every aspect of Indian life. These inequalities are nonetheless being reinforced and, to some extent, deepened in the current COVID-19 pandemic. As a result, a greater focus needs to be laid on the gender budgets in India.?