Trans-Pacific View | Diplomacy | East Asia

ข่าวลาลีกา: Easing China-US Tensions: Lessons From Nixon’s 1972 Trip

สล็อต xo เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 20201️⃣LOOK618,กลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: แกว่งตัวในกรอบ 1490-1500 โดยมีโอกาสที่ดัชนีจะสามารถปรับตัวขึ้นได้ในช่วงก่อนตลาดปิดวันนี้ แต่อย่างไรก็ดี ด้วยปริมาณซื้อขายที่เบาบาง การปรับตัวขึ้น-ลงของตลาดจะไม่มีนัยมากต่อตลาด แนะเน้นเก็งกำไร โดยให้แนว cut loss ที่ระดับ 1490 จุด ถ้าหลุดภาพจะดูเป็นลบ และมีโอกาสปรับตัวลงต่อสูง หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ BDMS (รับ19.3 ต้าน 20.0 Cut 19.0) และ PTG (รับ 11.9 ต้าน 12.2 Cut 11.7)MSC: ราคาปิด 5.60 บาท มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส เปิดเผยว่า เครดิตของประเทศไทยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งอย่างมากของรัฐบาล ดังจะเห็นได้จากต้นทุนการระดมทุนที่อยู่ในระดับต่ำ และโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมทั้งนี้ดัชนี S P/ASX 200 อ่อนตัว 12.20 จุด หรือ 0.21% ปิดที่ 5,713.10 จุด ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดวันนี้ที่ 5,714.60 จุด ลดลง 9.60 จุด, -0.17%,MACD เคลื่อนไหวออกด้านข้างที่ระดับ 0 เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบแนวโน้มลง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 50น.ส.อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยถึง ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ (28 พ.ค.) ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคที่ส่วนใหญ่อยู่ในแดนลบ หลังตลาดหุ้นจีนปรับเปลี่ยนกฎระเบียบการลงทุนซึ่งมีผลต่อ Sentiment ในตลาดเอเชียด้วย โดยตลาดหุ้นฮั่งเส็งและตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ร่วงแรง ส่วนบ้านเรายังมีความกังวลเรื่องของ Earning ของบริษัทจดทะเบียนที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในประเทศกดดันตลาดอยู่ อีกทั้งตลาดยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดวานนี้ (28 พ.ค.) ที่ 18,126.12 จุด ลดลง 36.87 จุด หรือ -0.20%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,097.98 จุด ลดลง 8.61 จุด หรือ -0.17% และดัชนี S P 500 ปิดที่ 2,120.79 จุด ลดลง 2.69 จุด หรือ -0.13%IRPC Trading แนวรับ 4.14 แนวต้าน 4.28, 4.36 ตัดขาดทุน 4.08、นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลการผลิตที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนพ.ค.ของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.8 จากเดือนเม.ย.ที่ระดับ 51.5 ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่นักลงทุนจับตาดูสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ในวันพุธนี้แนวรับ 18.30-18.40 บาท MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทดสอบระดับ 0 เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวลดลงทดสอบแนวโน้มลง RSI ฟื้นตัวเหนือระดับ 50CPALL มูลค่าการซื้อขาย 977.22 ล้านบาท ปิดที่ 45.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงPTTGC ซื้อ ราคาหุ้นมีแนวโน้มแข็งแรงกว่าตลาด แกว่งขึ้นอีกครั้งหลังพักตัวไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ยระยะสัปดาห์ พร้อมปริมาณการซื้อขายโดดเด่น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไรตามการฟื้นตัว มีแนวต้านแรกบริเวณ 67.00 บาทและมีเป้าหมายระยะกลางที่ 70.00 บาทSET: ขึ้นแบบไม่มั่นคง,สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET แกว่งตัวลง ดัชนีตลาดหุ้นในภูมิภาคส่วนมากแกว่งตัวในแดนบวกจากมุมมองที่ดีขึ้นจากประเด็นหนี้กรีซเริ่มคลี่คลายและมีทางออก ด้าน SET เปิดในแดนบวกก่อนหน้าที่จะแกว่งตัวลงจาก sentiment ตลาดที่ดูไม่ดีนัก และตัวเลข MPI เดือน เม.ย. ที่ปรับตัวลงมากกว่าคาด (act -5.3% vs est -2.0%) ภาคเช้าดัชนี SET index ปิดที่ระดับ 1494.72 จุด -6.12 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายเบาบางที่ 1.3 หมื่นลบ. กลุ่มหลักพลังงาน -1.0%, พาณิชย์ -1.0% และวัสดุก่อสร้าง -0.6% ปรับตัวลงกดดันตลาด ด้านท่องเที่ยว +0.9% โรงพยาบาล +0.5% และ ปิโตร +0.4% ปรับตัวขึ้นหนุนตลาด ด้านค่าเงินบาทแกว่งตัวแถวระดับ 33.80 บาท แนวโน้มทรงตัวหลังช่วงเช้าอ่อนค่าลงแตะ 33.87 บาท 5.บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตกระดาษคราฟท์ และไฟฟ้าจากถ่านหิน เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,830 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยโครงการนี้ช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกในประเทศ และใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก ได้แก่ เศษกระดาษ ซึ่งเป็นการช่วยบริหารจัดการขยะในประเทศด้วยส่วนธุรกิจกลุ่มที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ แม้ไม่สามารถเข้าประมูลงานได้โดยตรงก็ยังสามารถรับงานสัญญาย่อยจากผู้รับเหมาก่อสร้างกลุ่มแรก กลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากโครงการก่อสร้างลำดับต่อมาคือ กลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า การค้าและให้เช่าวัสดุเครื่องมือเครื่องจักร ในพื้นที่โครงการก่อสร้าง นอกจากนั้นยังมีงบประมาณโครงการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นักลงทุนจับตาดูสถานการณ์ส่งออกน้ำมันของอิรักอย่างใกล้ชิด หลังจากมีรายงานว่าอิรักวางแผนที่จะเพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบอีก 26% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.75 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิ.ย. รวมถึงการประชุมโอเปกในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยที่ประชุมโอเปกจะตัดสินใจว่าควรจะลดปริมาณการผลิตเพื่อหนุนราคาน้ำมันหรือไม่ ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าโอเปกจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างมีนัยสำคัญUSDM15/33.75 Long ที่เปิดไว้ 33.75 บาท รอทำกำไร 33.82 บาท ตัดขาดทุนหากหลุด 33.70 บาท。

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ ซื้อ หุ้น SEAFCO ให้ราคาพื้นฐาน 12.43 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 58 ที่ 14 เท่า คาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรปีนี้สูงเป็น 29% และทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปยังคงได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของกรีซ โดยกรีซมีกำหนดจะต้องชำระหนี้คืน IMF ในงวดเดือนมิ.ย. ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 5-19 มิ.ย. มูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์โดยคาดว่าหากประเมินมูลค่าวอร์แรนต์ตามวิธี Black-Scholes Model ราคาหุ้น BWG จะลดลง 6% เป็นประมาณ 1.88 บาทจากราคาปิดวานนี้ที่ 2.00 บาท ตามรายละเอียดคือ มูลค่าของ BWG-W2 และ BWG-W3เป็น 0.452 และ 0.509 บาท ตามลำดับ ซึ่งอายุ W3 นานกว่า W2 จึงมีมูลค่าเวลามากกว่า แต่เนื่องจากการจัดสรรเป็น 8:1 จึงต้องหารด้วย 8 ก่อน นั่นคือ มูลค่าวอร์แรนต์ที่แฝงอยู่ต่อหุ้นเป็น 0.0565 และ 0.0636 ตามลำดับ หรือรวมเป็น 0.1201 บาท คิดเป็น 6% จากราคาปิดของหุ้นตัวแม่วานนี้ SEAFCO ราคาปิด 11.40 บาทCK28C1508A +16.7% (CK +3.9%),ตลาดน้ำมันนิวยอร์กได้รับปัจจัยบวกจากข้อมูลแรงงานที่สดใสของสหรัฐ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 23 พ.ค. เพิ่มขึ้น 7,000 ราย แตะ 282,000 ราย แต่ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 12 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง วานนี้ SET Index พลิกมาปรับลงอีกครั้งกว่า 0.48% สภาวะตลาดมีความผันผวนสูง กลุ่มอุตสาหกรรมใดที่ปรับเพิ่มขึ้นวันก่อนหน้า มักจะปรับลงในวันต่อมา ภาพความเปราะบางของดัชนี ประเมินว่ามีสาเหตุมาจากปัจจัยกดดัน 3 ด้าน คือ,ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 23 พ.ค. เพิ่มขึ้น 7,000 ราย แตะ 282,000 ราย แต่ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 12 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง、ไม้แบด2019、ราคาอยู่ในช่วงลุ้นการไปต่อfrom MAVs with volume surge อยู่ ดังนั้นหากไม่หลุดแนวรับที่4.38 ลงมาให้ STOPLOSS ก็จะดู OK ต่อ เพราะ Indicator ระยะยาวก็ยังเล่นอยู่ในช่องสัญญาณเชิงบวกที่ทำให้ Trading ได้ ,ตัวเลขเงินฝากในเดือนเม.ย.ถือเป็นตัวเลขต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2004 ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่ 1.372 แสนล้านยูโร ขณะเดียวกันคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งของเยอรมันว่า เธอไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้เกี่ยวกับการที่กรีซอาจจะต้องออกจากกลุ่มยูโร ถึงแม้บรรดาเจ้าหนี้ยืนยันในวันศุกร์ว่าไม่ได้มีการพิจารณากดดันกรีซให้ถอนตัวออกจากกลุ่มก็ตามหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงแม้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกฟื้นตัวขึ้นก็ตาม โดยหุ้นเซาท์เวิสเทิร์น เอนเนอร์จี และหุ้นคอนโซล เอนเนอร์จี ต่างก็ร่วงลงกว่า 3.5% ส่วนหุ้น Chesapeake Energy ดิ่งลง 4.8% หุ้นกลุ่มสายการบินอ่อนแรงลง โดยหุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ และหุ้นเจ็ทบลู แอร์เวย์ส ต่างก็ปรับตัวลงอย่างน้อย 0.7% หุ้นคอสท์โค ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีก ขยับลง 0.80% แม้ว่าบริษัทเปิดเผยกำไรต่อหุ้นรายไตรมาสเพิ่มขึ้นเป็น 1.17 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์โดยมิได้ปฏิบัติให้เป็นตามหลักเกณฑ์และบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการครอบงำกิจการ ซึ่งได้แก่ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 (รวมที่แก้ไขเพิ่มเติม) และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.12/2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการจากกรณีดังกล่าวที่เกิดกับการทำหนังสือชี้แจงกรณีไม่อนุญาตให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมดังกล่าว นายสนธิญาณเห็นว่าเป็นการเสนอข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ ถือเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง เพราะเป็นการกระทำฐานใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ซึ่งน่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง ด้วยโฆษณา เนื่องจากส่วนตัวไม่เคยมีการกระทำการเพื่อเข้าครอบงำกิจการของบริษัท โดยที่มิได้ปฏิบัติให้เป็นตามหลักเกณฑ์และบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการครอบงำกิจการ、ภาวะซื้อขายในตลาดน้ำมันได้แรงหนุนจากรายงานที่ว่า บรรดาผู้ผลิตน้ำมันได้ลดการใช้จ่ายด้านทุนและลดการขุดเจาะน้ำมันลงอย่างมาก หลังจากที่ผลผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน หรือ shale-oil ที่ทะยานสูงขึ้นในสหรัฐได้ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกเข้าสู่ภาวะอุปทานล้นตลาดในปีที่แล้ว ราคาทองปิดวันศุกร์ปรับขึ้นหลังจีดีพีสหรัฐหดตัว-เจรจากรีซไม่คืบ。

Modern thinkers widely misunderstand the contemporaneous significance of Nixon’s 1972 trip to China. That significance provides a blueprint for thawing the current tensions.

Easing China-US Tensions: Lessons From Nixon’s 1972 Trip
Credit: Richard Nixon Presidential Library and Museum

Despite hopes for a “reset” under President Joe Biden, the chasm between the United States and China has only widened in 2021. Today, three-in-four Americans have a negative view of China, and anti-China sentiment unites an otherwise divided and partisan body politic. This hostility toward China constrains America’s leadership. Even if Biden wanted to, he could not currently enact a policy détente without damaging his agenda and electoral prospects. How then, can Biden or a future American president reduce the public’s antipathy and place American foreign policy toward China onto a more sustainable footing?

Former President Richard Nixon’s weeklong 1972 China visit provides one blueprint.

Modern thinkers widely misunderstand the contemporaneous significance of Nixon’s 1972 trip to China. Today, many argue that the summit was significant because it produced a communiqué and a common anti-Soviet front. But nobody in 1972 saw the summit this way. Despite modern misunderstandings of the trip’s significance for policymakers in 1972, it was still perceived as historic in its own time. Why was this? Simply put, because the images of the U.S. president that were coming out of Beijing were worth more than any communiqué or alliance. They helped to shift American public opinion toward China and helped Americans to start viewing China as more than a security threat, creating a political opening for de-escalation later in the decade.

So why is the summit so often misperceived as creating an anti-Soviet front? This misperception stems mainly from the Soviets themselves. After the summit, Soviet state media talked darkly about how anti-Sovietism was pushing the United States into the arms of China, and the Soviet ambassador was “almost beside himself with protestations of goodwill.” Nixon interpreted this later to show that his trip had brought the Soviets “into a more accommodating state of mind,” and to claim that this was one of the original goals of the trip.

However, the evidence is mixed at best that Nixon’s trip made the Soviets more amenable to compromise. SALT 1 was not finalized and signed until May 1972, but its key points of contention had already been solved in 1971. Negotiations over Berlin’s links to West Germany had also been essentially concluded by the time Nixon went to Beijing. The most that can be said is that Nixon’s trip alarmed the Soviets, but this was not his intention in 1972.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

At the time, Nixon actually hoped that his trip to Beijing would improve the atmosphere for his upcoming Moscow trip, American journalist Robert Kraft told the Soviet ambassador. National Security Advisor Henry Kissinger even tried to arrange for Nixon to travel to Moscow before Beijing and wrote in 1971 that “the PRC… is afraid of giving Moscow a pretext for attack.” But the Soviets themselves were incredulous and dallied on setting a date for a Soviet-U.S. summit. As Kissinger explained to the Chinese, the order of Nixon’s summits was thus determined in Moscow; the Americans had no desire to seem provocative.

Nixon even took the initiative after landing in the United States to send a private message to Soviet leader Leonid Brezhnev: The United States remained committed to détente, and the recent trip to China was not directed against any third country. Further, Kissinger took the extraordinary step of holding a private dinner in his home three days after the trip to reassure the Soviet ambassador. It can, thus, hardly be said that Nixon’s trip to China was intended to create a new de facto Sino-American alliance against Moscow at a time when détente was Nixon’s primary foreign policy priority.

Creating a communiqué or a “one China” policy was also not even on Nixon’s radar when he traveled to Beijing. The Shanghai Communiqué is commonly cited today as the first formal American acknowledgment of its one China policy. But in its own time, both the Chinese and the Americans alike viewed the communiqué as insignificant. The New York Times editorial board referred to the communiqué as “an agreement to disagree about a great many things.” During negotiations over wording, Chinese Vice Foreign Minister Qiao Guanhua even told the Americans directly that the Chinese did not need a communiqué. Kissinger understood and downplayed the communiqué as well, telling the Chinese side that its only purpose was to assuage State Department bureaucrats. Nixon’s chief of staff, Bob Haldeman, shared Kissinger’s view: “On TV the image of the American President received is worth a million times the effect of a communiqué.”

Nixon also warned the Chinese side: “there is no possibility in the next one and a half years for us to recognize the PRC as the sole government of China in a formal way.” This comment reflects Nixon’s penchant for avoiding commitment coupled with long-term thinking. Nixon’s original intention – and the real reason he went to Beijing – was to begin shifting American public opinion and create the conditions necessary for a better China-U.S. relationship over the long run.

In 1972, Nixon did not have explicit goals, such as creating a “one China” policy or an anti-Soviet alliance. As he told Mao:

Too often we look at problems of the world from the point of view of tactics. We take the short view … It is essential to look at the world not just in terms of immediate diplomatic battles and decisions but the great forces that move the world. Maybe we have some disagreements, but we know there will be changes, and we know that there can be a better, and I trust safer, world for our two peoples.

This also comports with off-the-cuff 5 a.m. remarks that Nixon made to anti-war protesters during one of his notorious late-night episodes. In those remarks, he encouraged the protesters to travel and said that his great hope was for “the great mainland of China to be opened up so that we could know the 700 million people who live in China and are one of the most remarkable people on earth.”

So what lessons can we draw from Nixon’s trip that might help to thaw China-U.S. relations today? First, Nixon was willing to take a great political gamble in trying to appeal to the American people’s emotional ethos. As he recalled: “Congressman John Schmitz of California charged me with ‘surrendering to international Communism’ by accepting the invitation. George Wallace… told reporters that he suspected the trip was actually a diversionary tactic to get people’s minds off ‘inflation and the high cost of pork chops’ …” Even those supportive of Nixon’s trip, mostly Democrats, the president wrote, “temper[ed] their praise with speculation that my motives had been political.” To improve relations with China today may require an equally bold move and a willingness to sacrifice popularity for a safer world.

Second, Nixon – despite his reputation as emotionally disconnected to those closest to him – fundamentally understood the collective emotional ethos of the American people. As he told Kissinger: “It really was a question of the American people being hopelessly and naively for peace.” As American involvement in Afghanistan ends, the question remains: Is the same true today?

Nixon also instinctively understood the importance of images in shifting public opinion. His recollection of the “most moving” moment from the summit highlights this: “The transcript of the conversation [with Mao] may not have caught probably the most moving moment, when [Mao] reached out his hand, and I reached out mine, and he held it for about a minute.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Nixon partly understood the role of images in shaping emotion through his own racialized view of the world, as is clear from his February 1972 comments – shocking in their bluntness – on the U.S. withdrawal from Vietnam:

From a political standpoint, we should have flushed them [the South Vietnamese] down the drain three years ago. … Sure, the North Vietnamese would’ve slaughtered and castrated two million South Vietnamese Catholics, but nobody [in the U.S.] would have cared. These little brown people, so far away, we don’t know them very well, naturally you would say.

Perhaps not despite his flaws but because of them, Nixon understood the importance of familiarity and “understanding” between peoples as well as any modern politician. On his China trip, he was attempting to build the sort of “understanding” of the Chinese people that he instinctively knew was required to win public support for a better relationship.

Nixon also understood the power of images from his own life. Television images played an important role in his first failed presidential bid in 1960, and afterward, Nixon became obsessed with the new medium. He thus made staged photo-ops a priority in China. As John Chancellor of NBC News put it, the trip was “a theatrical accomplishment of the first magnitude for its producers, the American and Chinese governments.” He added: “Who needs circuses when you’ve got China?” Nixon even conscripted his wife Pat to use as a – in his own words – “prop” for when he would have to sneak away from the press for official business. Any modern politician must, like Nixon, understand the value of images as well as communiqués, agreements, and speeches.

In conclusion, it’s difficult to understate the impact of Nixon’s trip on American public opinion about China. In 1968, Pew had surveyed Americans about “the Chinese people;” most held them in low regard. (Less than 0.5 percent of Americans, for example, thought Chinese were “honest.”) But in 1972, after Nixon’s trip, Americans were well on their way to having positive opinions of the ordinary Chinese.

As tensions rise between the United States and China today, how can we put relations back on a more positive footing? Nixon’s “week that changed the world” might offer one possible answer.

Authors
Guest Author

Max Plithides

Max Plithides is currently a research fellow at the University of California, Los Angeles (UCLA). He holds an MA in Political Science from UCLA with a concentration in International Relations. His master's thesis, “Is an Image Worth a Hundred Communiqués? Experimental Evidence on the Role of Photo Op Summits in Diplomacy,” and the accompanying policy brief published by the Institute on Global Conflict and Cooperation, examine the role of photo ops in palliating public pressure for conflict.

Tags