Oceania | Diplomacy | East Asia | Oceania

ตาราง บอล ทั้งหมด วัน นี้: Australia-South Korea Partnership: Beyond 2+2

รองเท้า ฟุตบอล เด็ก adidas,ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ (7 ม.ค.) คาดว่ายังเป็นภาพของ Technical Rebound อยู่ โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามเกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน ซึ่งในช่วงที่ความขัดแย้งยังไม่สิ้นสุดนั้น จะมีผลช่วยพยุงราคาน้ำมันให้ฟื้นขึ้นมาได้ ซึ่งหากแนวโน้มราคาน้ำมันฟื้นตัวกลับมาจะส่งผลช่วยให้ตลาดหุ้นสามารถดีดกลับมาได้ พร้อมให้แนวต้าน 1,274-1,280 จุด แนวรับ 1,247 จุดADVANC ปิดที่ 137.50 บาท เพิ่มขึ้น 6.50 บาท?สำหรับเงินหยวนของจีนร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปีในวันนี้ โดย China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า เงินหยวนปรับตัวลง 3.32% แตะที่ 6.5646 หยวนต่อดอลลาร์เช้าวันนี้ADVANC ปิดที่ 134.50 บาท ลดลง 3.00 บาททั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 10% หรือไม่ต่ำกว่า 420 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากการขยายตลาดไปยังตลาด CLMV และนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมภาคอสังหาริมทรัพย์ และลงทุนในโครงการต่างๆ ซึ่งจะกระตุ้นภาคเอกชนในการลงทุน รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่ค่อนข้างต่ำ จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในตลาดให้ดีขึ้น ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ บริษัทผู้รับเหมา และผู้ผลิต จำหน่ายวัสดุก่อสร้างโดยรวม,ด้านนายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม IVL เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทได้ดำเนินการตามแผนที่ได้ประกาศไว้ในงานประชุมนักลงทุนและนักวิเคราะห์ทางการเงินซึ่งได้ย้ำเน้นอีกครั้งในการประชุมเพื่อทบทวนยุทธ์ศาสตร์เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาในเดือนก.ค.58 ที่จะบรรลุเป้าอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margins) เป็นตัวเลขสองหลัก และ Core EBITDA เติบโตเป็นสองเท่าในปี 61 จากปี 57 ซึ่งมี EBITDA อยู่ที่ 600 ล้านเหรียญสหรัฐตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย กำลังรอตัวเลขจากทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคมมีผู้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบทั้งหมดจำนวนเท่าใด ซึ่งทุกโครงการจะต้องปฏิบัติตามมติของกพช.ที่จะต้อง COD ภายในกำหนด 31 ธันวาคม 58 ถ้าไม่สามารถปฏิบัติได้ตามสัญญาก็จะยกเลิก PPA แต่ก็เปิดโอกาสให้ชี้แจงเหตุผลเข้ามาก็จะขยายเวลา COD ได้ตามความจำเป็น นายวีระพล กล่าวราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิค พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากเคลื่อนไหวออกด้านข้างเหนือแนวรับของกรอบแนวโน้มขาลงในระยะยาว ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องขณะที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่จากดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐในเดือนธันวาคมปรับลดลงเช่นกันบวกกับรายงานการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างปรับลดลงในเดือนพฤศจิกายน 2558 ซึ่งเป็นการดิ่งลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 ส่งผลให้นักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและมาลงทุนในทองคำแทนเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยนอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานที่สูงเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณจากข้อมูลล่าสุดที่ระบุว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 1 ม.ค. พุ่งขึ้น 17,000 บาร์เรล สู่ระดับ 9.219 ตรงข้ามกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะลดลงแนวรับ 2.26-2.32 บาท แนวต้าน: 23 23.5 24.3 25.25FANCY ราคาปิด 2.84 บาทที่มา:https://www.facebook.com/zpaytvfanpageด้านบล.โนมูระ พัฒนสิน แนะนำเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันต่ำ BA, AAV, COM7 แกร่งกว่าตลาด ลุ้นผลประกอบการ Q4 แข็งแกร่ง รับมาตรการช้อปช่วยชาติหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง หลังจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี โดยหุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ และหุ้นบีจี กรุ๊ป ต่างก็ร่วงลงกว่า 2%, หุ้นบริษัทที่เป็นซัพพลายเออร์อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับบริษัทแอปเปิล อิงค์ ร่วงลงถ้วนหน้า หลังจากนิตยสารนิกเกอิ เอเชีย รีวิว เปิดเผยว่า แอปเปิลเล็งลดการผลิต iPhone รุ่นล่าสุด ได้แก่ iPhone 6s และ 6s Plus ลง 30% ในไตรมาสแรกของปีนี้ ทั้งนี้ หุ้นไดอะล็อก เซมิคอนดัคเตอร์ ร่วงลง 5.6% หุ้นเอเอ็มเอส เอจี และหุ้นเออาร์เอ็ม โฮลดิงส์ ต่างก็ปรับตัวลงอย่างน้อย 3%。

ด้าน China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า เงินหยวนปรับตัวลง 3.32% แตะที่ 6.5646 หยวนต่อดอลลาร์เช้าวันนี้แนวรับ : 4.50 / 4.28 บาท。 BIG ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งฟื้นยกฐานสูงขึ้นหลังพักตัว พร้อมปริมาณการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ กลับมาชี้ขึ้นสนับสนุน มีแนวต้านแรกที่ 1.62 บาท ผ่านได้จะมีเป้าหมายถัดไปที่ 1.70 บาทTVD (ราคาปิดภาคเช้า 1.11)สำหรับแนวโน้มรายได้ในไตรมาส 1/59 คาดว่าจะขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน เพราะตามปกติไตรมาสแรกของปีจะเป็นไตรมาสที่ดีอยู่แล้ว เนื่องจากมีแรงส่งจากปลายปีที่ลูกค้าชะลอส่งของก็จะมาเร่งให้ส่งในต้นปีแทนทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวแม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 7 วัน แต่ก็น่าจะกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้อีกราว 0.1 -0.2% ซึ่งฝ่ายวิจัยเชื่อว่าจะหนุนให้ GDP Growth ปี 2558 โตได้ที่ 2.7% ,นักวิเคราะห์จากเจพีมอร์แกนคาดการณ์ว่า หนี้ NPL ของเอชเอสบีซีอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 5.4 พันล้านดอลลาร์ในช่วงสิ้นปี เมื่อเทียบกับ 2.2 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนมิ.ย. และยังอาจพุ่งสูงแตะ 1.53 หมื่นล้านดอลลาร์ในกรณีที่ย่ำแย่ที่สุดนอกจากนี้บริษัทยังมองหาพันธมิตรร่วมลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้เจรจาอยู่ 2-3 กลุ่มทั้งในและต่างประเทศ เพื่อศึกษาทั้งแผนร่วมทุนและการเข้าซื้อกิจการที่มีความถนัด ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้า ขยายพื้นที่ โดยคาดว่าจะสรุปได้ 1 ดีลในปีนี้ ขณะที่ยังมีแผนจะล้างหนี้ที่มีอยู่ราว 500-600 ล้านบาทให้หมดในอีก 2 ปีหรือภายในปี 61 ด้วย,ด้านบล.โกลเบล็ก คงคำแนะนำ ซื้อ หุ้น ADVANC ปรับลดราคาเป้าหมายปี 59 เท่ากับ 192 บาท จากความไม่แน่นอนและความเสี่ยงในตลาดที่เพิ่มขึ้น โดยฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการปี 59 ลง 36% จาก 300 บาท เหลือ 192 บาท ซึ่งประเมินจากวิธี FCF ปี 59 (WACC ที่ 10% และ Terminal Growth ที่ 1%) ซึ่งสูงกว่าราคาปิดปัจจุบัน ทั้งนี้ คาดว่าทั้งปีบริษัทยังคงให้อัตราปันผลที่ระดับสูง 9.4% โดยคาดเงินปันผลทั้งปี 12.39 บาทจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 6.50 บาท,รายงาน Global Economic Prospects ของธนาคารโลกระบุว่า ปีนี้เศรษฐกิจโลกน่าจะขยายตัว 2.9% ในแง่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริง ซึ่งลดลง 0.4% จากที่ได้คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมิ.ย.2558ด้านบล.โกลเบล็ก คงคำแนะนำ ซื้อ หุ้น ADVANC ปรับลดราคาเป้าหมายปี 59 เท่ากับ 192 บาท จากความไม่แน่นอนและความเสี่ยงในตลาดที่เพิ่มขึ้น โดยฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการปี 59 ลง 36% จาก 300 บาท เหลือ 192 บาท ซึ่งประเมินจากวิธี FCF ปี 59 (WACC ที่ 10% และ Terminal Growth ที่ 1%) ซึ่งสูงกว่าราคาปิดปัจจุบัน ทั้งนี้ คาดว่าทั้งปีบริษัทยังคงให้อัตราปันผลที่ระดับสูง 9.4% โดยคาดเงินปันผลทั้งปี 12.39 บาทจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 6.50 บาท ฮั่งเส็งเปิดร่วง 208.21 จุด เหตุวิตกเศรษฐกิจจีนซบเซาขณะที่ประชาชนอีก 20.78% ระบุว่า ได้รับประโยชน์จากมาตรการช้อปช่วยชาติ เพราะมีรายได้อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี และทำให้ได้รับส่วนลดภาษีเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ได้หักลดหย่อนอยู่แล้ว ทำให้ปริมาณหุ้นในกระดานมีน้อย และถ้าจะเพิ่มสภาพคล่องก็คงต้องแตกพาร์ให้ดูเล็กลงจึงจะดี แต่ผู้ถือหุ้นบางรายเริ่มขายหุ้นออกบางส่วน ประเมินได้ว่าอาจจะพยายามเพิ่มการหมุนเวียนหุ้นในกระดาน หรือไม่ก็ขายหุ้นออกมาเพื่อที่จะให้กลุ่มทุนใหม่รับไปหรือไม่ เพราะข่าวที่เคยมีแบบนี้มันต้องมีที่มาที่ไป และการเริ่มขยับขายหุ้นออกมามันส่งสัญญาณอะไรกันแน่ด้านนายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม IVL เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทได้ดำเนินการตามแผนที่ได้ประกาศไว้ในงานประชุมนักลงทุนและนักวิเคราะห์ทางการเงินซึ่งได้ย้ำเน้นอีกครั้งในการประชุมเพื่อทบทวนยุทธ์ศาสตร์เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาในเดือนก.ค.58 ที่จะบรรลุเป้าอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margins) เป็นตัวเลขสองหลัก และ Core EBITDA เติบโตเป็นสองเท่าในปี 61 จากปี 57 ซึ่งมี EBITDA อยู่ที่ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ แนะนำซื้อ TNPC โดยมีแนวรับที่ 1.90 และ 1.86 และมีแนวต้านที่ 2.00 และ 2.10 เป็นจุดขายทำกำไรBIG ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งฟื้นยกฐานสูงขึ้นหลังพักตัว พร้อมปริมาณการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ กลับมาชี้ขึ้นสนับสนุน มีแนวต้านแรกที่ 1.62 บาท ผ่านได้จะมีเป้าหมายถัดไปที่ 1.70 บาท ,GPSC ราคาถอยลงมาสร้างฐานแถว 21.5+/- และเริ่มการวกตัวกลับ ล่าสุดพลิกเหนือเส้นเฉลี่ยระยะสั้นเข้าทดสอบ neck line ขณะที่ MACD อยู่ในแดนลบ แต่ค่อยๆไต่ระดับอยู่เหนือค่าเฉลี่ยตัวเอง สนับสนุนโอกาสที่ราคาผ่าน neck line แถว 22.6 และยกตัวขึ้นต่อ ตลาดหุ้นเอเชียดีดตัวขึ้นเช้านี้ ขานรับจีนอัดฉีดสภาพคล่องทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 10% หรือไม่ต่ำกว่า 420 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากการขยายตลาดไปยังตลาด CLMV และนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมภาคอสังหาริมทรัพย์ และลงทุนในโครงการต่างๆ ซึ่งจะกระตุ้นภาคเอกชนในการลงทุน รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่ค่อนข้างต่ำ จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในตลาดให้ดีขึ้น ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ บริษัทผู้รับเหมา และผู้ผลิต จำหน่ายวัสดุก่อสร้างโดยรวมราคาปิด 1.56 แนวรับ 1.55-1.52 แนวต้าน 1.60-1.62 , 1.64-1.67 ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะขยายไลน์ธุรกิจเพิ่ม เนื่องจากรถโดยสารรับส่งพนักงานมีความต้องการเชิงคุณภาพมากขึ้น และในกลุ่มลูกค้าของบริษัทมีความต้องการหลายรูปแบบ อีกทั้ง เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกในการใช้บริการอย่างเหมาะสม ทั้งในส่วนของรถโดยสาร mini bus ที่จะสามารถลดต้นทุนให้กับลูกค้าได้ถึง 10-15% และรถเช่า VIP Van Service สำหรับให้บริการแก่แขกหรือผู้บริหารของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม โดยให้บริการรับส่งรูปแบบรายวัน พร้อมพนักงานขับรถที่ได้รับการคัดสรรมาเพื่อให้บริการแบบ VIP ที่จะสามารถทำให้บริษัทมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยงบลงทุนการซื้อรถโดยสารทั้งหมดในปี 59 อยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาทอย่างไรก็ดี คาดว่าหากสามารถซื้อกิจการได้ก็จะช่วยผลักดันปริมาณขายปิโตรเลียมในปีนี้ได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ระดับ 3.33 แสนบาร์เรล/วันใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับกว่า 31 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในขณะนี้ยังไม่เป็นเหตุให้ต้องพิจารณาว่าจะมีการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์เพิ่มเติมหรือไม่เนื่องจากราคาน้ำมันยังไม่นิ่ง。

There’s no doubt the two are allies, but the cost of shallow bilateralism will have lasting effects on people-to-people exchanges.

Australia-South Korea Partnership: Beyond 2+2
Credit: Facebook/ Marise Payne

As Australia’s Trade Minister Dan Tehan wrapped up his trip to Asia in late July 2021, his message was overwhelmingly clear: Australia needs to diversify its trade away from China in order to secure future economic prosperity. What was not as immediately obvious, however, is how Australia plans to do this as its allies in the region press forward with net zero emissions goals that will undoubtedly lead to reduced demand for Australia’s key exports. Securing a prosperous future in a rapidly changing Asia-Pacific region will require strong relationships between Australia and its key allies in the region. Australia-South Korea ties are the perfect place to start the deepening of Australia’s relationships with its Asian neighbors.

On paper, South Korea and Australia look like close friends, as evidenced by the “2+2” talks in Seoul on September 13. Both countries are democratic middle powers that adhere to the rules-based international order. For both, finding a balance in their relationships with China and the United States is a foreign policy priority. Perhaps most strikingly, the two countries’ economies are highly complementary, evidenced by South Korea being Australia’s fourth-largest trading partner.

These key similarities and healthy trade relationship mask the fact that broader engagement between Australia and South Korea is not at all proportional to their mutual economic importance. Instead, Australia-South Korea relations are astonishingly shallow and tend to focus exclusively on trade and security at the expense of forging a deeper bond. Considering the nature of the challenges facing the two countries, this is a missed opportunity. The future of this particular bilateral relationship has abundant potential, and more attention should be paid to three key areas in order to expand ties: education, energy, and regional trendsetting.

Take education first. South Korea has been a faithful customer for Australia’s international student market. Between 2003 and 2012, South Korea was the third-largest source country for international students in Australia, behind China and India – in 2004, it actually nudged out India for the number two spot. But by 2019, just ahead of the pandemic, South Korea had been overtaken by Nepal, Brazil, Vietnam, and Malaysia. The numbers of South Korean international students have also decreased over the past decade, after peaking in 2008 at 28,129. While South Korea’s diminished ranking and numbers may reflect a shift in South Korean parents’ perceptions of Australian higher education – or simply be a byproduct of its declining birth rate – it also highlights a failure by Australia’s tertiary sector to attract more Korean students. Instead, Australian education institutions are choosing to focus almost solely on Chinese demand. Ongoing disputes with China over the origins of COVID-19 and trade practices have brought into question the long-term sustainability of a tertiary education sector that is heavily reliant on mainland Chinese students. There is more work to be done for diversifying international student populations in Australian institutions that fail to reach out to South Korean students.

On the other hand, over the past years, there has been growing interest in the Koreas within the Australian higher education sector. Domestic Australian students show keen interest in Korea, demonstrated by the increased number of BA programs and courses in Korean Studies in major Australian universities. In 2019, for example, when the University of Melbourne opened its first Korean language class, it attracted more than 500 students, surpassing the number of students enrolled in beginner classes for Chinese, French and Spanish. In addition, many Australian research students are graduating with more specialized theses on Korea, ranging from security and arts to migration and environmental studies. As a source of critical people-to-people links and strong potential for future skilled migrants for Australia’s economy and society, it is important to recognize the need for deeper exchanges through higher education and research collaboration.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Another critical area for future growth in Australia-South Korea relations is clean energy technologies. South Korea’s move toward net zero emissions presents a prime opportunity to deepen Australia-South Korea ties. The country’s interest in green hydrogen as a form of clean energy has opened up vast opportunities for Australia to export the gas, which former Australian ambassador to South Korea Bill Paterson rightly notes would allow Australia to remain South Korea’s principal source of imported energy into the future. Proper establishment of a clean energy trade between the two countries would not only present opportunities for a deepening of bilateral relations but could also form the basis of Australia’s next economic transformation, with increased federal support for a clean energy transition and the expansion of hydrogen supply networks.

Establishing a South Korea-Australia clean energy corridor goes hand-in-hand with the ability of both countries to set regional trends. Predicated on strong economic performance and ties between the two countries, green hydrogen trade presents an opportunity for Australia and South Korea to dictate the terms of Asia’s new economy and establish new nodes along the energy corridor that encourage other Asian nations to participate. This offers Australia the chance to leave behind its reputation as a climate change laggard and instead function as a trailblazer in the region that provides avenues for other countries to restructure their economies for the 21st century. The economic incentives associated with a clean energy corridor would also provide South Korea with an impetus to co-initiate the global demand for clean energy together with Australia, which was notably omitted from the Moon administration’s New Southern Policy in favor of focusing more heavily on collaboration with Southeast Asia and India.

This year marks the 60th anniversary of Australia-South Korea diplomatic relations, and new opportunities for deeper collaboration between the two nations have never been greater. For too long, the shallow, lazy, and superficial relations have guided this friendship. The default context for the middle power collaboration has been the two countries’ shared positions as U.S. allies in proximity to a rising threat of China, in both economic and normative terms. Yet the strategic partnership is moving into new territory and beyond the annual commemoration of the sacrifices of Korean War veterans or young Australians’ liking of K-pop culture.

Friendly smiles at 2+2 dialogues and mutually comforting reaffirmations of their security alliance with the U.S. aside, Australia and South Korea still lack a deeper level of understanding about each other’s history and people through higher education and R&D sectors. With clean energy technologies emerging as a viable remedy to the ever-present threat of climate change, the two countries can help accelerate the Asian energy transition. Engaging the many highly educated and talented individuals in both countries will assist in upgrading the Australia-South Korea relationship from abstract national security concerns and toward a more sustainable people-centric regional human security.